“โจวอวี่?”
เจียงหลินได้ยินชื่อนี้ คิ้วก็ขมวดเข้าหากันทันที
ฉินหลานหัวเราะเยาะจากปลายสาย “ใช่ ก็เขานั่นแหละ เฮ้อ สองคนนี้วนไปวนมา สุดท้ายก็ได้มาลงเอยกันจริง ๆ ด้วย…”
เธอหยุดไปครู่หนึ่ง จงใจพูดช้าลง น้ำเสียงเจือแววหยั่งเชิง “แต่พูดไปแล้ว นี่จะนับเป็น…พรหมลิขิตอีกรูปแบบหนึ่งหรือเปล่า? สองคนนี้ดูเหมาะสมกันดีนะ ว่าไหม อาหลิน?”
นิ้วของเจียงหลินกำโทรศัพท์แน่นขึ้นเรื่อย ๆ
เวินอวี่
เธอแต่งงานจริง ๆ ได้ยังไง?
ต่อให้แต่งงาน ทำไมต้องเป็นโจวอวี่?
ผู้ชายที่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเอาแต่หงอ เจอเรื่องอะไรก็มีแต่หดหัวหนี ครอบครัวธรรมดา ความสามารถก็ทั่วไป เป็นคนที่ต่อให้เรียกว่า “คู่แข่ง” ก็ยังไม่คู่ควร…ไอ้ขยะนั่น
ในใจเหมือนถูกหนามเล็ก ๆ ทิ่มแทง แม้จะไม่เจ็บมาก แต่ก็ปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ผู้หญิงที่เคยเป็นของเจียงหลินอย่างเขา ต่อให้เป็นคนที่เขาไม่ต้องการแล้ว ก็ตกต่ำถึงขั้นไปแต่งกับคนแบบนั้นได้อย่างนั้นหรือ?
ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่เคยพูดชัด ๆ ว่าจะจบความสัมพันธ์
ทำไมเธอไม่รอต่ออีกหน่อย? รอมาตั้งห้าปีแล้ว เหลือแค่อดทนอีกนิดเดียวเองไม่ใช่หรือ?
“อาหลิน?”
เสียงของฉินหลานดังขึ้นอีกครั้ง “ทำไมไม่พูดอะไรเลยล่ะ? อย่าบอกนะว่า…ใจหายแล้ว?”
“เปล่า”
น้ำเสียงของเจียงหลินทุ้มต่ำลง ฟังไม่ออกว่ารู้สึกอย่างไร “ก็เหมาะสมกันดีจริง ๆ”
ฉินหลานยกยิ้มมุมปากจากปลายสาย ก่อนจะพูดต่อ “ซูเหวยเป็นคนบอกฉัน เธอไปกับสามีที่ร้านนาฬิกา แล้วบังเอิญเจอเข้า ได้ยินว่าโจวอวี่เลือกนาฬิกาให้เวินอวี่เรือนหนึ่ง ราคาแค่หมื่นหยวนต้น ๆ ส่วนเวินอวี่น่ะ…”
