เห็นหลิวอวี้หลันวิ่งมาจนหอบ หวังต้าชุนก็รีบเข้าไปปลอบ “พี่สะใภ้อวี้หลัน ไม่ต้องรีบร้อน มีอะไรก็ค่อย ๆ พูด”
“พวกคุณ... รีบไปดูที่หน้าหมู่บ้านเร็ว...”
หวังต้าชุนกับหลิวชุนฮวาพากันไปที่หน้าหมู่บ้าน
ฝุ่นคลุ้งตลบตรงทางเข้าหมู่บ้าน
ชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเดินกร่างตรงมาทางนี้ คนที่เดินนำอยู่ก็คือฟ่านเปียว
ด้านหลังฟ่านเปียวมีคนตามมาอีกสิบกว่าคน
ทุกคนถือท่อนเหล็กอยู่ในมือ
หลิวชุนฮวามองหวังต้าชุนอย่างกระวนกระวาย
“ต้าชุน แย่แล้ว”
“ไอ้ฟ่านเปียวสารเลวนั่นมาหาเรื่องพวกเราแล้ว”
“เราแจ้งตำรวจเถอะ!”
หลิวอวี้หลันเดินเข้ามาช้า ๆ
“แจ้งตำรวจ... ก็คงไม่มีประโยชน์หรอก...”
“ฉันเพิ่งรู้จากซุนซิ่วซิ่วว่า ฟ่านเปียวเป็นญาติกับผู้ใหญ่ที่สถานีตำรวจ”
“เธอบอกให้พวกเราไปหลบที่ร้านขายของชำด้วยกัน!”
หลิวชุนฮวามองผักสดที่วางอยู่เต็มลานบ้าน รวมถึงอาหารที่เพิ่งจัดเตรียมเสร็จ
“หลบได้ก็จริง แต่ผักพวกนี้ล่ะ? เรายังหวังจะขายมันเอาเงินอยู่นะ!”
หวังต้าชุนยิ้มบาง ๆ ก่อนตบไหล่ทั้งสองคน
“พี่สะใภ้ทั้งสอง ไม่ต้องกลัว”
“เดี๋ยวคอยดูว่าผมจะเล่นงานมันยังไง!”
แม้ทั้งคู่จะรู้ว่าหวังต้าชุนกลับมาเป็นปกติแล้ว แต่ก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้
“นายคนเดียวไหวเหรอ? พวกนั้นตั้งสิบกว่าคน แถมยังมีอาวุธอีก!”
“ต้าชุน นายหลบไปก่อนเถอะ”
“ถึงพวกนั้นจะสารเลวแค่ไหน ก็คงไม่ลงมือกับผู้หญิงอย่างเราสองคนหรอก!”
“ใช่ หลบไปก่อนเถอะ!”
หวังต้าชุนโบกมือ
“พี่สะใภ้ทั้งสอง วางใจเถอะ ผมไม่เป็นไร!”
“รอดูเรื่องสนุกก็พอ!”
ไม่นาน ฟ่านเปียวก็พาพวกนักเลงสิบกว่าคนเข้ามาในลานบ้าน!
