หวังต้าชุนรู้ว่าพี่สะใภ้อวี้หลันไม่อยากให้พี่สะใภ้ชุนฮวารู้เรื่องนี้
เขาจึงแกล้งยิ้มโง่ ๆ แล้วพยักหน้า
“ฮี่ ๆ ได้...”
ทว่าแทนที่จะมุดเข้าไปใต้เตียง หวังต้าชุนกลับหลบเข้าไปในตู้เสื้อผ้าโดยตรง
หลิวอวี้หลันปิดประตูตู้ให้เรียบร้อย ก่อนจะรีบเปิดประตูห้อง
พอเห็นเสื้อผ้าที่หลิวอวี้หลันสวมอยู่ หลิวชุนฮวาก็ตาเป็นประกาย เผลอพูดออกมาว่า “พี่สะใภ้อวี้หลัน เมื่อคืนพี่อยู่กับต้าชุนใช่ไหม”
“มะ...ไม่ใช่...”
เสียงของหลิวอวี้หลันสั่นเครือ เธอไม่เคยโกหกมาก่อน
ตอนพูดประโยคนี้ เธอก้มหน้า ใบหน้าแดงระเรื่อ
“ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงใส่เสื้อของต้าชุนล่ะ”
หลิวอวี้หลันก้มลงมอง
สวรรค์!
เมื่อครู่เธอรีบร้อนเกินไป พอลนลานก็เผลอสวมเสื้อของต้าชุนเข้าให้
ชั่วขณะนั้น หลิวอวี้หลันไม่รู้จะพูดอะไรดี
“เป็นยังไงบ้าง สอนต้าชุนแล้วใช่ไหม!”
“รู้สึกยังไงบ้าง!”
“ดีมากเลยใช่ไหม!”
เมื่อถูกหลิวชุนฮวาถามรัวเป็นชุด หลิวอวี้หลันก็พยักหน้าด้วยความเขินอาย
“กี่ครั้งล่ะ!”
หลิวอวี้หลันก้มหน้าแล้วยกนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว
“นาน...นานแค่ไหน...”
หลิวชุนฮวากำแตงกวาในมือแน่น ดวงตาเป็นประกายวาววับ
“ฉะ...ฉันก็ไม่รู้...แต่...นานมาก...”
ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่หลิวอวี้หลันไม่ได้บอก
อาการปวดเอวจากภาวะมดลูกเย็นที่รบกวนเธอมาหลายปี เช้านี้กลับหายไปแล้ว
“เราเป็นพี่น้องที่สนิทกันใช่ไหม” หลิวชุนฮวาคล้องแขนหลิวอวี้หลัน
หลิวอวี้หลันพยักหน้า
“ถ้าเราเป็นพี่น้องกัน ก็ต้องร่วมสุขร่วมทุกข์ มีผู้ชายคนเดียวกันก็...”
หลิวชุนฮวาพูดไม่จบ
เมื่อนึกถึงตอนที่เธอไปทำงานในตัวอำเภอแล้ว ต้าชุนยังต้องให้หลิวชุนฮวาช่วยดูแล หลิวอวี้หลันจึงไม่ได้พูดอะไร
