“ผีหลอก!”
“มีผีอาละวาด!”
หวังต้าหนิวสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ ร่างทั้งร่างกระโดดขึ้นมา
ชาวบ้านที่กำลังจะกลับได้ยินเสียงร้องก็พากันหันมามอง ทุกคนถึงกับตะลึง!
ให้ตายสิ!
หวังต้าหนิววิ่งออกมาจากบ้านจ้าวอวี้เหมยทั้งตัวล่อนจ้อนแบบนั้นได้ยังไง
ซุนซิ่วซิ่ว เจ้าของร้านขายของชำในหมู่บ้าน ขยี้ตา
“แม่เจ้าโว้ย ฉันไม่ได้ตาฝาดใช่ไหม เมื่อกี้คนที่วิ่งออกไปทั้งก้นโทงนั่นคือหวังต้าหนิวใช่ไหม”
“ก็เขานั่นแหละ!”
เหลียงชุ่ย หัวหน้าฝ่ายสตรีหัวเราะคิกคัก
“สมแล้วที่อ้วน ตัวใหญ่กว่าลูกชายวัยแปดขวบของฉันไม่เท่าไรเอง”
“ฉันว่าต้าหนิวคงพัฒนาการไม่เต็มที่แน่ ๆ”
จ้าวซิ่วเหมย หมอประจำหมู่บ้าน เคี้ยวเมล็ดแตงโมพลางพูด
“พี่สะใภ้อวี้เหมยเลือกผู้ชายไม่เป็นเอาเสียเลย ถึงกับไปยุ่งกับผู้ชายไตพร่องอย่างหวังต้าหนิว”
“ถ้าจะหา ก็ต้องหาคนอย่างต้าชุนสิ”
ผู้เฒ่าจางวางกะละมังเหล็กลง อ้าปากค้าง “ไอ้ต้าหนิวมันกล้าจริง ๆ กล้าไปนอนกับเมียผู้ใหญ่บ้าน ถ้าเต๋อกุ้ยรู้เข้า คงไม่ตัดไอ้นั่นของมันให้ขาดรึไง”
……
จ้าวอวี้เหมยมองหวังต้าหนิวที่วิ่งหนีไป ฟังชาวบ้านซุบซิบนินทากัน
เธอกัดฟันด่าเสียงเบา
“ไอ้เวรหวังต้าหนิว แกเป็นบ้าอะไรขึ้นมา”
“กลางวันแสก ๆ จะมีผีที่ไหนกัน”
“คราวนี้คนทั้งหมู่บ้านรู้กันหมดแล้ว ฉันอยากเห็นนักว่าแกจะอธิบายกับหลี่เต๋อกุ้ยยังไง”
“ไม่ได้การ! ฉันต้องไปอธิบายกับหลี่เต๋อกุ้ยก่อน”
ขณะที่จ้าวอวี้เหมยกำลังปิดประตูเพื่อโทรหาหลี่เต๋อกุ้ย หวังต้าชุนก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังเธออย่างกะทันหัน
เขาตบไหล่จ้าวอวี้เหมยเบา ๆ แล้วพูดพลางยิ้ม “พี่สะใภ้อวี้เหมย จะอธิบายอะไรกับเต๋อกุ้ยเหรอ”
เมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคย ร่างของจ้าวอวี้เหมยก็แข็งทื่อไปชั่วขณะ
เธอค่อย ๆ หันกลับมา พอเห็นว่าเป็นหวังต้าชุนก็สะดุ้งจนตัวสั่น
“ผีหลอก! มีผีอาละวาด!”
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของชาวบ้าน จ้าวอวี้เหมยก็วิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
