เช้าวันรุ่งขึ้น ณ สำนักอี้เหอ
ภาพถ่ายหน้าศพของอู๋ป๋อเหลียงตั้งอยู่กลางโถง ด้านหน้าโต๊ะวางธูปเทียนและเครื่องเซ่นไหว้จนเต็ม
เบื้องหน้าภาพถ่ายหน้าศพ มีเก้าอี้ประธานสี่ตัวตั้งอยู่สองฝั่ง ชายวัยกลางคนสามคนนั่งอยู่บนนั้น ดูจากอายุน่าจะเป็นผู้อาวุโสหรือผู้ดูแลกิจการของสำนัก
เบื้องล่างมีลูกน้องยืนเรียงกันสี่แถว ทุกคนสวมสูทสีดำ ยืดหลังตรง มือไพล่หลัง สายตาจับจ้องไปยังภาพถ่ายหน้าศพเบื้องหน้า
หลังข่าวแพร่ออกไป เพื่อนเก่าในยุทธภพหลายคนก็รีบมาร่วมไว้อาลัย เพื่อส่งอดีตยอดคนผู้เคยสะท้านทั่วเมืองสุยโจว
ก่อนพิธีไว้อาลัยเริ่ม ทุกคนต่างรอให้คนคนหนึ่งมาถึง
ลูกน้องหลายคนที่รอจนเริ่มหมดความอดทน กระซิบกระซาบกันอยู่ข้างล่าง
“ฉันได้ยินมาว่าลูกพี่ถูกคนอื่นฆ่าตาย”
“นายได้ยินมาจากใคร?”
“พี่น้องสองสามคนจากถิ่นเยว่เยว่ถังเห็นกับตา”
“น่าเห็นใจพี่สะใภ้ใหญ่จริง ๆ สวยราวกับนางฟ้า อายุยังน้อยก็ต้องเป็นม่ายแล้ว จุ๊ ๆ ๆ น่าเสียดายจริง ๆ”
“นายจะเสียดายอะไร ต่อให้พี่ใหญ่ไม่อยู่แล้ว พี่สะใภ้ใหญ่ก็ไม่ใช่คนที่พวกเราจะเอื้อมถึง”
ลูกน้องที่พูดเช่นนี้บุ้ยคางไปทางอู๋ป๋อเฟิงซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน “ฉันได้ยินมาว่ารองประมุขหมายตาความงามของพี่สะใภ้ใหญ่มานานแล้ว”
“ตอนพี่ใหญ่ยังมีชีวิตอยู่ พี่สะใภ้ใหญ่ไม่เคยมองเขาอยู่ในสายตา”
“ตอนนี้ไม่แน่แล้ว พี่ใหญ่ไม่อยู่ พี่สะใภ้ใหญ่ก็ต้องหาที่พึ่งไม่ใช่หรือ?”
“...”
“พี่—สะ—ใภ้—ใหญ่—มาแล้ว!”
ยามเฝ้าประตูตะโกนเสียงดัง เมื่อเห็นพี่สะใภ้ใหญ่มาถึง คนที่กำลังกระซิบกันอยู่จึงหยุดพูดและยืดตัวตรง
