รถของเหลียงหม่านหม่านเพิ่งขับเข้าไปในฌาปนสถาน ก็เห็นเหลียงต้าซานผู้เป็นพ่อยืนโบกมือเรียกอยู่ที่ทางเข้า
เหลียงหม่านหม่านลงจากรถ เห็นพ่อที่เป็นห่วงจนใจไม่เป็นสุขในที่สุดก็คลายกังวลลง จึงมองเหลียงต้าซานอย่างตัดพ้อเล็กน้อยแล้วร้องเรียก “พ่อ!”
เหลียงต้าซานตบไหล่ลูกสาวเบา ๆ “เก่งมากลูก ทำได้ดีเลย พากลับมาได้อย่างราบรื่น เดี๋ยวพ่อช่วยยกเข้าไปในห้องชันสูตร ให้คุณปู่กลับไปพักก่อนเถอะ”
คุณปู่เหลียงลงจากรถ ถอดชุดป้องกันแล้วโบกมือให้ทั้งสอง “พวกเธอไปทำงานเถอะ ฉันกลับก่อนละ”
เหลียงหม่านหม่านกับพ่อช่วยกันยกหลี่เชี่ยนเข้าไปในห้องชันสูตรของแผนกนิติเวช
ฌาปนสถานที่เหลียงต้าซานบริหารอยู่ในขณะนี้เป็นหน่วยงานที่ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยทำสัญญารับเหมาจากรัฐบาล และร่วมมือกับศูนย์ตรวจพิสูจน์ทางนิติเวชของเขตเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อให้สะดวกต่อการเก็บรักษาและส่งมอบศพ
ตอนทั้งสองยกศพเข้าไปในห้องชันสูตร มีนิติเวชสองคนยืนรออยู่ด้านใน
คนหนึ่งคือนิติเวชจ้าวที่เหลียงหม่านหม่านเคยเห็นในที่เกิดเหตุ
ส่วนนิติเวชอีกคนดูหนุ่มมาก กะด้วยสายตาสูงเกิน 185 เซนติเมตร สวมชุดชันสูตรสีน้ำเงินเข้มทั้งตัว หน้ากากปิดบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง เหลือให้เห็นเพียงหน้าผากเกลี้ยงเกลาและดวงตาคู่หนึ่ง
ดวงตาเรียวยาว หางตาเชิดขึ้นเล็กน้อย สีตาค่อนข้างเข้ม แววตาสงบนิ่ง
เมื่อสายตาคู่นั้นกวาดมองมาอย่างเฉยชา ก็แฝงความรู้สึกคุกคามที่ยากจะสังเกตเห็นอยู่หลายส่วน
นิติเวชคนนั้นพยักหน้าให้พวกเขาเล็กน้อย เสียงที่ลอดผ่านหน้ากากฟังทุ้มต่ำ ไม่มีอารมณ์เกินจำเป็น “ลำบากแล้ว”
เมื่อถูกสายตาของชายหนุ่มกวาดผ่าน เหลียงหม่านหม่านก็รู้สึกกดดันขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ จึงรีบก้มหน้าทำงานในมือ
เหลียงต้าซานเอ่ยขึ้น “นิติเวชโจวเกรงใจไปแล้ว”
นิติเวชจ้าวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่ต้องเกรงใจกันขนาดนั้นหรอก ต่อไปทำงานด้วยกันบ่อย ๆ เดี๋ยวก็สนิทกันเอง”
“นิติเวชโจว ช่างเหลียงมีประสบการณ์มากนะ ถ้ามีอะไรต้องการ ต่อไปบอกเขาได้เต็มที่ เดือนหน้าผมก็เกษียณแล้ว พวกคุณต้องทำงานประสานกันต่อ”
เหลียงหม่านหม่านคอยฟังบทสนทนาของทุกคน แต่ไม่ได้พูดแทรก พอทำงานของตัวเองเสร็จก็ไปยืนรออยู่ด้านข้าง
เธอกับพ่อต้องรอให้นิติเวชตรวจศพภายนอกเสร็จ แล้วจึงนำศพเข้าห้องเย็น
หากมีจุดใดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ นิติเวชก็จะบอกในช่วงนี้ด้วย ดังนั้นโดยทั่วไปตอนนิติเวชตรวจศพ สัปเหร่อจะต้องอยู่ข้าง ๆ บางครั้งยังต้องช่วยพลิกศพให้นิติเวชด้วย
เหลียงต้าซานทักทายทั้งสองเสร็จแล้ว ก็เดินมายืนข้างเหลียงหม่านหม่าน
นิติเวชโจวสวมถุงมือเรียบร้อย แล้วพยักหน้าเป็นสัญญาณให้ผู้ช่วยนิติเวชที่อยู่ข้าง ๆ เปิดกล้องบันทึกภาพ ก่อนหันไปทางกล้องแล้วกล่าวว่า “วันนี้วันที่ 20 พฤษภาคม 2025 ที่ศูนย์ตรวจพิสูจน์ทางนิติเวช สังกัดสถานีตำรวจเขตซีเฉิง นครจิง เพื่อทำการตรวจพิสูจน์ศพทางนิติเวชของผู้เสียชีวิตชื่อหลี่เชี่ยน”
“ผู้ตรวจ: โจวเฉิงอวี่”
“พยาน: จ้าวหมิงกวง หลี่ฝาน”
โจวเฉิงอวี่เดินไปยังศพอย่างมั่นคง “ผู้เสียชีวิตเป็นเพศหญิง อายุ 25 ปี สวมชุดนอนสีขาว เสื้อผ้าชั้นในอยู่ครบ”
“ศพเริ่มเน่าเปื่อยในระดับปานกลาง ภาวะศพแข็งคลายตัว จุดเลือดตกหลังตายอยู่กับที่ ผิวหนังเริ่มมีสีเขียวเล็กน้อย ไม่พบลักษณะบวมพองอย่างชัดเจน เบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว 4–5 วัน”
โจวเฉิงอวี่เริ่มตรวจศีรษะของผู้เสียชีวิตอย่างละเอียด พลางรายงานผลไปด้วย “ศีรษะผู้เสียชีวิตไม่พบบาดแผลภายนอกอย่างชัดเจน และไม่พบสิ่งแปลกปลอมในเส้นผม ลูกตาทั้งสองข้างโปน เปลือกตาเปิด เยื่อบุตามีเลือดคั่ง”
“ริมฝีปากเขียวคล้ำ ลิ้นยื่นออกมาและเลยแนวฟันเล็กน้อย”
“ไม่พบสิ่งแปลกปลอมในช่องปาก และไม่พบบาดแผลชัดเจน ใบหน้าไม่พบกระดูกหัก ไม่พบอาเจียนหรือสารคัดหลั่งอย่างชัดเจน”
“บริเวณเหนือคอพบรอยกดรัดแบบปิดหนึ่งรอย พาดเป็นแนวนอนรอบคอ ความลึกค่อนข้างสม่ำเสมอ ขอบรอยมีผิวหนังชั้นนอกถลอกเล็กน้อย เมื่อประกอบกับลูกตาที่โปน ลิ้นที่ยื่นออกมา และเยื่อบุตาที่มีเลือดคั่ง สอดคล้องกับลักษณะศพที่เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจเชิงกล”
“ข้อศอกแขนซ้ายมีรอยถลอกชัดเจน ต้นขาทั้งสองข้างมีรอยถลอกเป็นบริเวณกว้าง อาจเกิดจากผู้เสียชีวิตดิ้นรนขัดขืนอย่างรุนแรงก่อนตาย”
“มือขวาของผู้เสียชีวิตกำขวดไอโอโดฟอร์มไว้แน่น ขวดอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ข้อนิ้วแข็งเกร็งอยู่ในท่ากำ ซึ่งเกิดจากการแข็งตัวหลังเสียชีวิต จำเป็นต้องเก็บลายนิ้วมือและร่องรอยบนขวด ไม่พบคราบเลือดหรือเนื้อเยื่อผิวหนังอย่างชัดเจนในซอกเล็บ”
“ไม่พบบาดแผลเปิดชัดเจนบริเวณหน้าอกและช่องท้อง ผิวหนังมีลายเส้นเลือดจากการเน่าเปื่อยเล็กน้อย”
“ไม่พบบาดแผลชัดเจนบริเวณฝีเย็บและอวัยวะสืบพันธุ์ เก็บสารคัดหลั่งภายในร่างกายไว้ เพื่อนำไปเปรียบเทียบดีเอ็นเอในภายหลัง”
ท่าทางของโจวเฉิงอวี่สงบนิ่งและเป็นมืออาชีพ ในสายตาของเหลียงหม่านหม่าน ขณะนี้เขามีความเคร่งขรึมประหนึ่งศักดิ์สิทธิ์
สี่สิบนาทีต่อมา การตรวจศพภายนอกก็เสร็จสิ้น
โจวเฉิงอวี่บรรจุสิ่งของทั้งหมดที่ต้องตรวจลงในถุงปิดผนึก ติดหมายเลขให้เรียบร้อยแล้วใส่ลงในกล่องอุปกรณ์นิติเวช
การบันทึกภาพสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ จนถึงตอนนี้เหลียงหม่านหม่านถึงกล้าหายใจออกมาเสียงดัง
เสียงหอบของเธออาจจะดังไปหน่อย โจวเฉิงอวี่จึงเงยหน้ามองเธอโดยเฉพาะ
เหลียงหม่านหม่านเห็นดังนั้นก็รีบผ่อนลมหายใจลง โจวเฉิงอวี่จึงค่อยเบือนสายตาออก ถอดถุงมือแล้วเดินไปล้างมือที่อ่างล้างมือด้านข้าง
นิติเวชจ้าวเดินเข้ามา มองโจวเฉิงอวี่แล้วกล่าวว่า “เสี่ยวโจว ตรวจได้ละเอียดมาก สมกับเป็นผู้ตรวจนิติเวชหลักที่อายุน้อยที่สุดในเมืองของเรา”
ดวงตาของโจวเฉิงอวี่โค้งขึ้นเล็กน้อย เขาตอบว่า “ผู้อาวุโสจ้าวชมเกินไปแล้ว ผมแค่ทำในสิ่งที่ควรทำเท่านั้น”
นิติเวชจ้าวเห็นโจวเฉิงอวี่ถ่อมตัวเช่นนี้ ก็ยิ้มแล้วกล่าวว่า “ไม่ต้องถ่อมตัวขนาดนั้นหรอก เก่งก็ต้องชมสิ”
จากนั้นเขาหันไปหาเหลียงต้าซาน “ช่างเหลียง ตรวจศพภายนอกเสร็จแล้ว เอาศพเข้าตู้เย็นก่อนเถอะ”
เหลียงต้าซานพยักหน้า “ได้ครับ วางใจได้เลย”
ตอนค่อย ๆ นำศพเข้าตู้เย็น เหลียงหม่านหม่านมองสีหน้าเหยเกของหลี่เชี่ยนแล้วรู้สึกเวทนาขึ้นมาชั่วขณะ
เหลียงหม่านหม่านอยากช่วยหลี่เชี่ยนปิดตา หรือไม่ก็เก็บลิ้นกลับเข้าไป แต่ในฐานะสัปเหร่อ ตอนนี้เธอยังทำไม่ได้ อย่างน้อยต้องรอให้ญาติมายืนยันศพก่อน หรือจนกว่าการสืบสวนคดีจะดำเนินไปถึงขั้นหนึ่ง จึงค่อยจัดสภาพศพให้กลับคืนดังเดิมได้
เหลียงหม่านหม่านช่วยคลุมผ้าขาวให้หลี่เชี่ยน แล้วค่อย ๆ ปิดตู้เย็นลง คราวนี้ถึงได้ถอนหายใจโล่งอกอย่างแท้จริง
เหลียงต้าซานเรียกเหลียงหม่านหม่านให้ออกไปด้วยกัน ระหว่างเดินก็ถอดชุดป้องกันออก พลางถามว่า “วันแรกที่มาทำงานรู้สึกยังไงบ้าง?”
เหลียงหม่านหม่านอารมณ์หม่นลงเล็กน้อย พึมพำตอบว่า “ก็พอไหวค่ะ!”
เหลียงต้าซานเห็นท่าทางของเธอแล้วก็อดหัวเราะเยาะไม่ได้ “จะโทษใครได้ล่ะ? ถ้าไม่ไหวก็กลับไปเป็นพยาบาลดี ๆ เถอะ ไม่รู้จะกลับมายุ่งกับคนตายทำไม?”
พอได้ยินพ่อพูดเรื่องให้กลับไปเป็นพยาบาลอีก เหลียงหม่านหม่านก็อดโต้แย้งไม่ได้ “ยุ่งกับคนตายแล้วทำไมคะ? อย่างน้อยคนตายก็ไม่เล่นเล่ห์เหลี่ยมกับหนู”
“คนตายก็ไม่วิ่งหนีด้วย พ่อไม่รู้หรอกว่าคนไข้ที่หนูดูแลครั้งก่อนน่ะ เขาทิ้งกระดาษไว้บนเตียง บอกว่าไม่สบายเลยกลับบ้านไปก่อน พ่อคิดดูสิว่าตอนนั้นหนูสิ้นหวังแค่ไหน?”
เหลียงหม่านหม่านพูดถึงตรงนี้ ก็ได้ยินเสียงใครบางคนหัวเราะขึ้นมาข้าง ๆ
เธอหันขวับอย่างแข็งทื่อ แล้วก็เห็นนิติเวชจ้าวกับชายคนหนึ่งที่หน้าตาหล่อเหลาและมีบุคลิกเย็นชาแข็งกร้าวยืนอยู่ตรงสุดทางเดิน
