“องค์หญิงเฉินอาน ข้ากำลังพูดกับฝ่าบาทอยู่ เจ้ามาแทรกอะไร?” ทูตสีหน้าเคร่งเครียด เอ่ยถามอย่างไม่พอใจ
“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสันติภาพของทั้งสองฝ่าย”
“หากเป็นเพราะเจ้า ทำให้ทั้งสองฝ่ายทำสงครามกัน เจ้ารับผิดชอบได้หรือ?”
ทูตเชื่อมั่นว่าจักรพรรดิคังอู่ทำอะไรพวกเขาไม่ได้
จะปราบพวกเขาให้สิ้นซากก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้
แต่จักรพรรดิคังอู่ต้องเตรียมรับผลกรรมอันแสนสาหัส
สีหน้าที่อำมหิตบ้าคลั่งของทูต ทำให้เหล่าขุนนางบังเกิดความโกรธเคืองขึ้นในใจ!
คนชนเผ่าซือหยุนพวกนี้ ชั่วช้าสามานย์ไร้ยางอาย
หากกองทัพของพวกเขาบุกเข้าไป ก็มีโอกาสสูงมากที่จะถูกซุ่มโจมตีในภูเขา
เสียกำลังพลก็ไม่ต้องพูดถึง สิ่งที่พวกเขากังวลที่สุดคือ คนชนเผ่าซือหยุนพวกนี้ จะแยกย้ายกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ แทรกซึมเข้าไปในเมืองต่าง ๆ โดยรอบ
หากแอบก่อการอะไรขึ้นมา ไม่รู้ว่าจะสร้างบาดแผลให้ราษฎรไปเท่าใด ก่อความเสียหายมากมายเพียงใด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้!
นี่คือสิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกโกรธแค้นที่สุด และจนใจที่สุดด้วย!
ไม่งั้นก็ต้องกวาดล้างชนเผ่าซือหยุนให้สิ้นซาก ไม่เช่นนั้นก็... ภัยร้ายไร้ที่สิ้นสุด
“องค์หญิงเฉินอาน” เว่ยกั๋วกงเอ่ยขึ้น “เรื่องนี้คงเป็นเพียงความเข้าใจผิด เจ้าก็อย่าไปติดใจอะไรเลย”
ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนหนักที่สุดคือเขา
เขายังไม่ทันพูดอะไร ฉีจืออวี้กลับส่งเสียงขึ้นมาทำไม?
“ความเข้าใจผิด?” ฉีจืออวี้หัวเราะเย็นชา “เว่ยกั๋วกง ตาท่านบอดหรือ?”
“มองไม่เห็นหรือไงว่าชนเผ่าซือหยุนมีใจคิดร้าย?”
