คำพูดของฉีจืออวี้ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางพื้นราบ ทำให้ทุกคนตะลึงงันไปชั่วขณะ
พวกของอ๋องอู๋จ้องมองฉีจืออวี้ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ไม่กล้าเชื่อว่านางจะใจดำเช่นนี้
ส่วนนายกราบังเก๋อกลับมีสีหน้าแบบที่คาดคิดไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว
ส่วนครอบครัวของอ๋องรุ่ย ต่างมีสีหน้าเรียบเฉย อย่างไรเสียอวี้เออร์ของพวกเขาอยากทำอะไรก็ย่อมทำได้ พวกเขาสนับสนุนอย่างไม่มีเงื่อนไข
เว่ยเฉิงเจียงที่เพิ่งได้รับบรรดาศักดิ์เว่ยหยวนโหวกลับมาความโกรธเคือง แต่ก็ยังอดกลั้นไว้ได้
ส่วนท่านผู้เฒ่าเว่ยนั้นมีสีหน้าเคียดแค้นแทบอยากจะฉีกเลียฉีจืออวี้ให้เป็นชิ้นๆ
แน่นอนว่าคนที่ตอบสนองรุนแรงที่สุด และลงมือทำจริงต้องยกให้ถังจิ้งโหรร
"เจ้าจะถอดบรรดาศักดิ์ของท่านโหว? บรรดาศักดิ์นั้นเป็นลูกข้าแลกมาด้วยความดีความชอบในสนามรบ เจ้ามีสิทธิ์อะไร?" ถังจิ้งโหรรรตวาดเสียงดัง
นางแฝงความดูถูกไว้ในคำพูด ยิ่งกว่านั้นยังเชิดหน้าเดินสายตามองไปรอบตัวด้วยความองอาจ
การกระทำหนักคือการทำให้ทุกคนเห็นว่า ฉีจืออวี้พูดจาเพ้อเจ้อไร้สาระเพียงใด
เพียงแต่น้ำเสียงที่ใช่เย็นชาของคนทั้งในตำหนักเรือนไหลและสายพาร่าชนะการ ทำให้ใจนางกระตุกวูบ อยู่จู่ก็รู้สึกเหมือนก้าวผิดพลาดตกลึกไปในความว่างเปล่า
เอาล่สิ...เกิดอะไรขึ้น?
ฉีจือวียิ้มน้อยๆ "เอาความดีความชอบในสนามรบมาแลกงั้นหรือ?"
"ใครจะไม่เป็นเล่าล่ะ?"
ฉีจืออวี้ฉายยิ้มเจิดจ้าใส่ถังจิ้งโหรร "ความดีความชอบในสนามรบของข้าใหญ่กว่าลูกชายเจ้าอีกมาก"
"เจ้าว่าอย่างนั้นไหม? เว่ยอี้เฟิง" น้ำสายตาของฉีจืออวี้ลอยเลือกที่ใบหน้าของเว่ยอี้เฟง
ถังจิ้งโหรรตกตะลึงมองไป เห็นเพียงเลือดบนหน้า มิงลูกชายหายไปจนหมดูด ตัวสั่นเทาดั่งจะสิ้นแรง สนจะเสียหลมหมดสติ
