โจวหว่านเยว่เห็นปฏิกิริยาแบบนี้ก็รู้สึกว่าน่าสนใจดี
“ฐานะพวกคุณนี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ ตอนนั้นพวกเราก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นกันแท้ ๆ แต่หลายคนตอนนี้ยังทำงานธรรมดา ๆ บางคนอาจยังซื้อแม้แต่บ้านหลังแรกที่จำเป็นไม่ได้เลยด้วยซ้ำ พวกคุณกลับคิดจะซื้อบ้านพักตากอากาศหลังใหญ่กันแล้ว น่าอิจฉาจริง ๆ ไว้ซื้อบ้านเมื่อไหร่ อย่าลืมชวนเพื่อนร่วมชั้นอย่างพวกเราไปเยี่ยมชมด้วยนะ”
“.........” เฉินหรูถลึงตาใส่โจวหว่านเยว่ แต่อีกฝ่ายกลับทำเหมือนไม่เห็น
ตอนงานเลี้ยงเพื่อนร่วมชั้น หวังเหล่ยไม่ได้อยู่ด้วย เฉินหรูจึงไม่รู้สึกว่าการพูดแบบนี้ต่อหน้าทุกคนเป็นปัญหา ยังไงพวกเขาก็ไม่มีทางรู้
แต่ตอนนี้หวังเหล่ยอยู่ข้าง ๆ ด้วย
ที่สำคัญ เสื้อผ้าที่เขาสวมมองอย่างไรก็ไม่เหมือนคนมีเงิน
แถมเขายังเป็นคนพูดไม่เก่ง ไม่ค่อยเจ้าเล่ห์ พอถูกพูดแบบนี้ สีหน้าประหลาดใจของเขาก็เผยออกมาให้เห็นได้ง่าย ๆ
เธอรีบส่งสายตาให้แฟนหนุ่ม หวังเหล่ยเข้าใจความหมายทันที
จากนั้นเขาก็รีบเปลี่ยนเป็นยิ้ม พยักหน้าพลางพูดว่า “เรื่องแค่นี้เอง ไม่เห็นเป็นไรเลย รอพวกเราซื้อบ้านพักตากอากาศได้เมื่อไหร่ รับรองว่าจะชวนเพื่อนร่วมชั้นทุกคนมาเป็นแขก จะได้มารวมตัวกัน”
【ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับบ้านพักตากอากาศหนึ่งหลัง】
เจียงอวี่ปิงยืนมองอยู่ข้าง ๆ หวังเหล่ยคงเป็นคนที่ไม่ค่อยรู้จักเอาใจคน แต่ค่อนข้างซื่อตรง
เมื่อครู่พอโจวหว่านเยว่พูดแบบนั้นใส่ เขาถึงกับไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร
เขาเพิ่งพยักหน้ารับปากทันทีหลังจากเฉินหรูส่งสายตาเตือนให้
แน่นอนว่าโจวหว่านเยว่ดูออกว่าผู้ชายคนนี้มีปฏิกิริยาอย่างไร จึงยิ้มแล้วพูดว่า “หรูหรูมีแฟนที่ดีกับเธอขนาดนี้ พวกเราในฐานะเพื่อนร่วมชั้นก็ยินดีกับเธอด้วยนะ”
เมื่ออยู่ต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้นของเฉินหรู หวังเหล่ยก็ทำได้เพียงยิ้มต่อไป “วันนี้ได้เจอกันที่นี่ พวกเราก็ดีใจเหมือนกัน พวกคุณตั้งใจมาซื้อเครื่องประดับเหรอ”
