พอกินข้าวเสร็จแล้วก็ไม่มีอะไรทำ ทั้งครอบครัวจึงนั่งคุยกันบนโซฟาในห้องรับแขก
“ช่วงนี้งานข้างนอกเป็นยังไงบ้าง พี่ใหญ่” เจียงอวี่ปิงถาม
“ก็พอใช้ได้ รอหลังปีใหม่มีโอกาสเลื่อนตำแหน่ง เงินเดือนก็จะขึ้นตามไปด้วย”
“ดีเลย!”
“แล้วเธอล่ะ”
“ฉันก็ดีเหมือนกัน...” สถานการณ์ตอนนี้ของเธอนับว่าดีมากแล้ว แต่เจียงอวี่ปิงบอกพวกเขาไม่ได้ จึงตอบไปอย่างคลุมเครือ
ระหว่างที่ผู้ใหญ่หลายคนนั่งคุยกัน เจียงอวี่กับเจียงเหยากลับอยู่นิ่งไม่ได้ เดี๋ยวก็วิ่งไปนั่งบนโซฟา เดี๋ยวก็วิ่งไล่จับกัน วนไปวนมาระหว่างผู้ใหญ่พร้อมหัวเราะคิกคัก พวกเขากินอิ่มแล้ว ตอนนี้เลยมีแรงเหลือเฟือ
สวี่หยุนมองเด็กทั้งสองแล้วถอนหายใจ “พวกเธอสองคนอยู่นิ่ง ๆ สักหน่อยไม่ได้หรือไง”
แม่เจียงกลับดูมีความสุข “เด็ก ๆ ร่าเริงกระฉับกระเฉงแบบนี้ดีแล้ว ถ้าเงียบเหงาไร้ชีวิตชีวาสิถึงจะเป็นปัญหาใหญ่”
สวี่หยุนส่ายหน้า “ประเด็นคือสองคนนี้ซนเหมือนลิง เผลอแป๊บเดียวก็ไม่รู้วิ่งไปไหนแล้ว เพราะมีสองคนนี้ ฉันถึงไปทำงานไม่ได้”
แม่เจียงเข้าใจเธอเหมือนกัน พอมีลูกแล้วทำอะไรก็ต้องระมัดระวังไปหมด ทำอะไรได้ไม่เต็มที่ “งั้นก็ให้เจียงเฉินตั้งใจทำงาน ส่วนเธอก็ตั้งใจเลี้ยงลูกให้ดี”
