บทที่ 15 หนีไปแล้ว
“แม่ครับ หุยอิงเป็นไข้” ลู่เว่ยกั๋วถูกยายแก่ลู่ต่อว่าจนเสียหน้า
“เป็นไข้หรือ? นางจะเป็นไข้ได้ยังไง? อยู่บ้านทุกวัน เอาแต่หลบงาน ไม่ยอมลงนา นี่คงว่างจนป่วยแล้วสินะ!” ยายแก่ลู่ปากคว่ำ สีหน้าบูดบึ้ง บ่นไม่หยุด
“พอแล้วแม่! พูดให้น้อยหน่อยได้ไหม!” ลู่เว่ยกั๋วนั่งลงอย่างหงุดหงิด จากนั้นมองฟางจือหัว สีหน้าคลายความโกรธแล้วพูดเสียงอ่อน “จือหัว พาหวางฉินไปทำอาหารเช้าหน่อย”
ฟางจือหัวเม้มปาก แล้วเหลือบมองหวางฉิน
หวางฉินรีบพูดอย่างไม่พอใจ “พ่อคะ แม่ป่วย ก็ให้พี่สะใภ้ใหญ่ลุกขึ้นมาทำอาหารสิคะ! ฉันกับพี่สะใภ้รองทำงานมาตั้งแต่เช้า เหนื่อยแทบตายแล้ว”
“พ่อครับ น้องสะใภ้พูดถูกแล้ว พี่สะใภ้ใหญ่ไม่ได้ออกไปทำงาน ทำอาหารเช้าก็เป็นเรื่องที่ควรทำ” ลู่หมิงเฉินยืนขึ้นปกป้องภรรยา ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเริ่มไม่พอใจแล้ว
ลู่เว่ยกั๋วถึงนึกเรื่องลูกสะใภ้คนโตขึ้นมาได้
เมื่อครู่เขามัวแต่ใจว้าวุ่นเพราะชื่อของลูกชายคนโต จนลืมไปว่าเจียงหวั่นก็ไม่ได้ไปทำงานในนาวันนี้เหมือนกัน
ยายแก่ลู่กลอกตาสามเหลี่ยมไปมา แล้วถึงเพิ่งรู้ว่าหลานสะใภ้อย่างเจียงหวั่นไม่อยู่
นางแผดเสียงขึ้นมาทันที “บ้านนี้เคราะห์ร้ายจริง ๆ! ทำไมถึงแต่งสะใภ้ขี้เกียจเข้ามาอีกคน! เมื่อวานนอนทั้งวัน วันนี้ยังกล้านอนอีก คิดจะมาเป็นบรรพบุรุษของบ้านนี้หรือไง!”
พูดจบก็พุ่งตรงไปยังห้องของเจียงหวั่น แล้วถีบประตูเปิด
นางด่ากราดใส่เตียงของเจียงหวั่น ระบายความโมโหที่อัดอั้นมาตั้งแต่เช้าลงกับอีกฝ่ายจนหมด
แต่ไม่ว่านางจะด่าอย่างไร บนเตียงก็ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ