บทที่ 31 ซักผ้า
ชาวบ้านในชนบทเข้านอนกันเร็วมาก โดยทั่วไปพอสามทุ่มกว่า ทุกคนก็หลับกันหมดแล้ว
แต่ลู่เว่ยกั๋วยังรอจนสี่ทุ่มครึ่งถึงค่อยปั่นจักรยานไปบ้านเซียงอวี่
พอถึงหน้าบ้านเซียงอวี่ เขาก็ซ่อนจักรยานไว้ในกองฟางก่อน แล้วค่อยย่องก้มตัวไปเคาะหน้าต่างตามสัญญาณลับของทั้งคู่
ไม่นานเซียงอวี่ก็เปิดหน้าต่าง ลู่เว่ยกั๋วปีนเข้าไปในห้อง
ทันทีที่เข้าห้อง ทั้งคู่ก็โผเข้ากอดกันราวกับฟืนแห้งเจอเปลวไฟ “คิดถึงแทบแย่แล้ว...”
หลังจากบรรเลงเพลงรักกันอย่างดุเดือด เซียงอวี่ก็รู้สึกสบายไปทั้งตัว
เธอกำลังจะกอดลู่เว่ยกั๋วไว้ ยั่วยวนให้เขาทำอีกรอบ แต่กลับได้ยินเขาอ้ำอึ้งบอกว่าจะขอยืมเงินห้าสิบหยวน
ความร้อนรุ่มทั่วร่างของเซียงอวี่พลันเย็นวาบ สีหน้าก็ยิ่งบึ้งตึง
ผู้ชายคนนี้เป็นอะไรไป?
ยังกล้าดีมาขอยืมเงินจากผู้หญิงอย่างเธออีกหรือ?
ถึงเขาจะให้เงินเธอมาไม่น้อย แต่เงินที่ให้ไปแล้วจะมีหน้ามาขอคืนได้อย่างไร?
“เซียงอวี่ อย่าโกรธเลย ที่ต้องยืมก็เพราะลูกสะใภ้ฉันจะไปทำธุรกิจในเมือง รอพวกเราตั้งหลักในเมืองได้แล้ว ฉันจะพาเธอไปอยู่ด้วย ดีไหม?”
ลู่เว่ยกั๋วรีบกอดเธอพลางปลอบ สีหน้าประจบสอพลอยิ่งกว่าสุนัขเลียแข้งเลียขา
พอเซียงอวี่ได้ยินแบบนั้น ในใจก็ค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย
เธออยากเข้าเมืองมานานแล้ว ถ้าลู่เว่ยกั๋วพาเธอไปอยู่ในเมืองได้ เงินห้าสิบหยวนนี้จะถือเป็นเงินลงทุนล่วงหน้าก็ไม่เห็นเป็นไร
แต่เธอก็ยังแสร้งทำท่าน่าสงสาร ออดอ้อนว่า “พี่เว่ยกั๋วก็รู้นี่คะว่าฉันมีเงินอยู่เท่าไร ที่บ้านยังมีลูกสองคนต้องเรียนหนังสือ ค่าใช้จ่ายก็เยอะ ถ้าให้พี่ยืมห้าสิบหยวน เดือนนี้พวกเราคงต้องรัดเข็มขัดกันแน่นเลย ฉันมีแค่พี่ เป็นที่พึ่งได้ก็แค่พี่ พอเข้าเมืองไปแล้ว พี่ก็อย่าลืมฉันนะคะ”