เหราซย่าเหอมองด้วยความประหลาดใจ สายตาของนางหยุดอยู่ที่หลี่จ้าน ก่อนจะยื่นกุญแจให้เขา
“ของขวัญชิ้นนี้มีค่าเกินไป ข้ารับไว้ไม่ได้ เอาไปเถอะ”
หลี่จ้านเลิกคิ้ว “ของสินเดิมของแม่ข้ามีค่าเทียบเมือง เจ้าไม่เอาแน่หรือ?”
เหราซย่าเหอรู้สึกลังเลใจอยู่บ้าง แต่กุญแจส่งออกไปแล้ว จะให้เอาคืนก็คงไม่ดี!
หยางซื่อเห็นท่าทีของเหราซย่าเหอกลับยิ้มบาง ๆ
“พอแล้ว พวกเราคนในครอบครัวเดียวกัน รับไว้เถิด ซย่าเหอ เจ้าคือลูกสะใภ้เพียงคนเดียวที่ข้ายอมรับ ไม่มีใครเปลี่ยนความจริงข้อนี้ได้ กุญแจคลังสมบัตินี้รับไว้เถิด มันคือน้ำใจของข้า”
หลี่จ้านสอดกุญแจใส่มือของนาง พลางพูดเสียงเบา “พอเถิด อย่าถ่อมตัวไปเลย นี่คือน้ำใจของแม่ เราคือคนในครอบครัวเดียวกัน”
“ขอบคุณท่านแม่”
เหราซย่าเหอยิ้มรับกุญแจอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มบนใบหน้าอบอุ่น
“ใครอนุญาตให้เจ้าเอาเงินในคลังให้นาง! นั่นคือทรัพย์สินของเจ้า เหตุใดต้องให้กับนาง! เมื่อครู่ข้าให้เจ้าออกเงินให้อวี้จูเอ๋อร์ กลับไม่ยอมทำ!”
สายตาของหลี่จ้านมองไปยังผู้ที่กำลังเดือดดาลไม่พอใจ นั่นคือจิงอันอ๋อง
พ่อที่ดีของเขา ยังคงไร้เหตุผลเช่นเคย แม้แต่ความผิดของตัวเองก็ยังโยนให้คนอื่น
“ท่านพ่อ อวี้จูเอ๋อร์ก่อเรื่องวุ่นวายในงานเลี้ยงวันเกิดของท่านแม่ ข้ายังไม่ได้ไปคิดบัญชีกับนางเลย ท่านกลับให้แม่ข้าเอาเงินไปให้นาง ช่างน่าขันจริง ๆ!”
จิงอันอ๋องมองหลี่จ้านกับหยางซื่อที่มีท่าทีเหมือนกันทุกอย่าง สีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตาหนี พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
