เหราซย่าเหอเดินไปส่งพวกเขาด้วยตนเองจนออกจากจวน เมื่อทั้งสองจากไปแล้ว นางจึงค่อย ๆ ให้คนขนของรางวัลกลับไปยังสวนอู๋ถง
เมิ่งซื่ออยากให้คนไปสกัด แต่เหราซย่าเหอเคลื่อนไหวรวดเร็วเกินไป อีกทั้งยังมีคำเตือนของท่านซื่อจื่อแห่งอ๋องหรง นางจึงไม่กล้าบุ่มบ่าม ได้แต่กล้ำกลืนกลับไปยังเรือนอิ๋วหลาน
ทว่า ยังไม่ทันที่นางจะเข้าไปในห้อง เหลียนซินก็เอ่ยด้วยสีหน้าเป็นกังวลว่า
“ฮูหยิน คุณหนูใหญ่กลับมาจากหอบรรพบุรุษแล้วไข้ก็ขึ้นสูงไม่ยอมลด” ตอนนี้ยังหมดสติพูดเพ้อเจ้ออีก
เมิ่งซื่อรู้สึกปวดหัว นางยกมือกดขมับ จู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงเงยหน้ามองเหลียนซิน เอ่ยเสียงต่ำว่า
“นำป้ายอาญาสิทธิ์ของไท่จื่อไปวังบูรพา บอกว่าคุณหนูใหญ่ป่วยหนัก ให้ไท่จื่อเชิญหมอหลวงมารักษาตัวหยันหราน เรื่องนี้ต้องรีบไปทำทันที หากช้า อาการของหยันหรานจะล่าช้าไป”
เหลียนซินตาเป็นประกาย นางช่างโง่นัก เรื่องง่าย ๆ เช่นนี้ เหตุใดถึงนึกไม่ถึง
“เจ้าค่ะ บ่าวจะไปเชิญไท่จื่อเดี๋ยวนี้ ขอฮูหยินช่วยดูแลคุณหนูใหญ่ด้วย บ่าวไปไม่นานก็กลับ”
กล่าวจบ เหลียนซินก็นำหยกติดตัว รีบออกจากเรือนอิ๋วหลาน อาศัยยามที่ยังไม่ค่ำ รีบนั่งรถม้าไปยังวังบูรพา เพื่อขอให้ไท่จื่อช่วยเหลือเร่งด่วน
*
สวนอู๋ถงเต็มไปด้วยของรางวัลจากจวนอ๋องหรง
เหราซย่าเหอเก็บสัญญาไว้เรียบร้อย มองดูสิ่งของที่จวนอ๋องหรงส่งมา ตรวจดูทีละราย ในใจพลันมีแผนการ
หงโต้วได้ยินเสียงจึงเดินมาจากเรือนข้าง มองดูเครื่องประดับทองคำและอัญมณีเต็มลาน ก็เบิกตากว้างกล่าวว่า
