เหราหยันหรานหลอกลวงเบื้องสูง ความผิดไม่อาจให้อภัย หากซุ่นอันตี้กล้ำกลืนความโกรธเอาไว้ เกรงว่าเมื่อเรื่องแดงขึ้นมา ย่อมทำให้บารมีราชวงศ์เสื่อมเสีย
ซุ่นอันตี้มีแววตาเย็นเยียบ ลูกประคำในมือของเขาถูกกระชากจนขาด ไอเย็นในดวงตาไม่อาจปกปิดได้
“พระชายารัชทายาทอาศัยพระเมตตาของเรา จึงได้ขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งนี้ เมื่อได้รู้ความจริงแล้ว เราก็ต้องกอบกู้ความถูกต้อง ต้าหยงของเราไม่อาจมีพระชายารัชทายาทที่จิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตเช่นนี้ได้”
หลี่เต้าอิงประสานมือคารวะ ยิ้มกล่าวว่า “ฝ่าบาททรงพระปรีชายิ่ง”
ซุ่นอันตี้หักด้ามพู่กันในมืออีกครั้ง รอยยิ้มเย็นเยียบ
“เรื่องนี้ เหราชู่มู่ต่างหากที่รู้เรื่องแล้วไม่รายงานสมควรได้รับโทษยิ่งกว่า…”
หลี่เต้าอิงถอนหายใจ ดูท่าจะมีคนโชคร้ายเสียแล้ว
ใครใช้ให้เหราชู่มู่คิดว่าตนฉลาด กล้าหลอกลวงฝ่าบาท หลายปีมานี้ยังรวมพรรคพวกในราชสำนัก ถึงเวลาต้องได้รับบทลงโทษแล้ว
แผ่นฟ้าของต้าหยงกำลังจะเปลี่ยนแปลง
*
เหราซย่าเหอไม่ได้กลับจวนสกุลเหรา เพียงให้หลี่จ้านพานางไปยังเรือนพักอีกแห่ง
ระหว่างทาง เหราซย่าเหอได้ยินเสียงท้องร้องจ๊อก ๆ นางจึงนึกขึ้นได้ว่าตนไม่ได้กินอาหารมานานแล้ว
“ศพของชิวเหนียงเก็บรักษาไว้อย่างดีหรือไม่?”
หลี่จ้านพยักหน้า “เรื่องที่เจ้าสั่งกำชับ คนของข้าย่อมใส่ใจจัดการอย่างเต็มที่ หลายวันมานี้ได้นำร่างนางไปเก็บไว้ในโลงน้ำแข็งแล้ว ศพของนางจะไม่เน่าเปื่อย เจ้าสบายใจได้”
เหราซย่าเหอผ่อนลมหายใจออกมา หลี่จ้านจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้รอบคอบสมกับเป็นเขาจริง ๆ การแต่งงานครั้งนี้ ดูท่านางจะได้กำไรแล้ว
“เช่นนั้นก็ลำบากเจ้าแล้ว”
หลี่จ้านบีบแก้มนางเบา ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความรักใคร่เอ็นดู
