คำพูดหวาน ๆ ตรงไปตรงมาทำให้ต้วนเฮ่อแทบต้านไม่ไหว ในที่สุดเขาก็ใจอ่อนลงอย่างสิ้นเชิง หลังช่วยเหยียนจือเช็ดน้ำตาจนแห้งแล้ว ยังยื่นมือไปบีบแก้มเธออีกครั้ง
“พี่ก็ทำอะไรเด็กน้อยอย่างเธอไม่ลงแล้ว ลุกไปล้างหน้าล้างตาเถอะ กินมื้อเช้าสักหน่อยแล้วค่อยเรียน”
“ได้เลย~”
เหยียนจือดูออกว่าต้วนเฮ่อหายโกรธแล้ว เธอจึงมองชายหนุ่มด้วยดวงตาโค้งเป็นพระจันทร์เสี้ยว ก่อนจะรีบปีนลงจากเตียงอย่างคล่องแคล่ว
แต่ก่อนจะเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำ เหยียนจือก็กอดแขนต้วนเฮ่อแล้วออดอ้อนพี่ชายคนนี้
“พี่เฮ่อดีที่สุดเลย!”
เหยียนจือคล้องแขนต้วนเฮ่อไว้ หน้าอกอวบอิ่มของเธอแนบเข้ากับท่อนแขนของเขาตามแรงกอด สัมผัสนุ่มนิ่มทำให้จิตใจต้วนเฮ่อปั่นป่วน
ต้วนเฮ่อตอบรับเสียงแห้ง ๆ ยังไม่ทันคิดหาวิธีให้เหยียนจือปล่อยมือ เด็กสาวก็ปล่อยแขนเขาเอง ก่อนจะวิ่งเข้าไปในห้องน้ำอย่างร่าเริงท่ามกลางสายตาของเขา
ต้วนเฮ่อยืนนิ่งอยู่กับที่เพื่อสงบอารมณ์ เขาจงใจห้ามตัวเองไม่ให้คิดฟุ้งซ่าน มองประตูห้องน้ำที่ปิดลงแล้วจึงหมุนตัวออกจากห้องนอน
เหยียนจือออกมาจากห้องไม่นาน เธอเปลี่ยนเป็นชุดกระโปรงใส่อยู่บ้าน หลวมสบาย มองจากภายนอกไม่เห็นอะไรผิดปกติ มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ความลับซ่อนอยู่ข้างใน
เหยียนจือเดินมานั่งที่โต๊ะอาหาร มื้อเช้าของเธอเป็นแตงกวา นมถั่วเหลือง และไข่ต้มตามคาด
เด็กสาวแทะแตงกวาทีละนิด พลางมองปาท่องโก๋กับซาลาเปาที่วางอยู่ข้าง ๆ ด้วยสายตาอ้อนวอน เสียงกลืนน้ำลายดังชัดเสียจนปิดไม่มิด
