เหยียนจือโยนคำเตือนของสวี่ตี๋ทิ้งไว้ข้างหลังเสียสนิท ปกติเธอเคยปฏิบัติต่อต้วนเฮ่ออย่างไร ก็ยังทำเช่นนั้นเหมือนเดิม
วันหนึ่งเหยียนจือกำลังหลับสบาย จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นปลุกเธอ เธอดิ้นขลุกขลักอยู่บนเตียง แต่ก็ไม่สำเร็จ
เสียงโทรศัพท์ดังไม่หยุด เหยียนจือจึงจำใจเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์ ทั้งที่ยังหลับตาอยู่แล้วกดรับสาย
“จือจือ ยังนอนอยู่หรือเปล่า?”
เสียงอ่อนโยนของต้วนเฮ่อดังมาจากปลายสาย เหยียนจือส่งเสียงงึมงำอย่างคนละเมอ น้ำเสียงอู้อี้ออดอ้อน คล้ายกำลังอ้อนชายหนุ่มอยู่ข้างหู
ต้วนเฮ่อรู้สึกวูบวาบไปถึงใบหู เขากระแอมอย่างไม่เป็นตัวเองสองครั้ง เสียงเบา ๆ นั้นเหมือนจะรบกวนหญิงสาวอีกฝั่ง ไม่นานก็มีเสียงพลิกตัวดังขึ้นอีกระลอก
“พี่เฮ่อ...”
เหยียนจือเพิ่งเอ่ยปากก็เผลอกดวางสาย ทำให้ต้วนเฮ่อที่อยู่อีกฝั่งงุนงงเล็กน้อย เขากำลังจะโทรกลับ แต่เหยียนจือก็โทรเข้ามาก่อน
เห็นว่าเป็นสายวิดีโอ ต้วนเฮ่อลังเลเล็กน้อยก่อนกดรับ ไม่นานร่างของหญิงสาวก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ เหยียนจือยังสะลึมสะลือ เอนตัวอยู่บนเตียง แก้มเนื้อนุ่มถูกหมอนเบียดจนป่อง ดูนุ่มนิ่มน่าบีบเหลือเกิน
ต้วนเฮ่อเผลอมองอยู่หลายครั้ง เหยียนจือยังงัวเงีย เรียกเขาด้วยน้ำเสียงคล้ายจะร้องไห้
“พี่ชาย”
คำเรียกสั้น ๆ นั้นทำเอาต้วนเฮ่อรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว เขาขยับตัวเล็กน้อย มองหญิงสาวบนหน้าจอ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนยิ่งกว่าเดิม
“วันนี้ฝนตก ไม่ต้องออกไปวิ่งแล้วนะ จือจือนอนต่ออีกหน่อย เดี๋ยวพี่ไปหา”
