“มีสิคะ หนูตั้งใจว่าจะไปซื้อเสื้อผ้าก่อนเปิดเทอม หนูเก็บเงินค่าขนมไว้ได้หน่อยหนึ่ง”
เหยียนจือได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า หลังจากผอมลงไปยี่สิบกว่าจิน เสื้อผ้าตัวเดิมของเธอก็หลวมโพรกไปหมด ใส่ไม่พอดีเอาเสียเลย
แต่สาวน้อยคิดว่าตัวเองยังผอมลงได้อีก จึงไม่รีบร้อนไปซื้อเสื้อผ้าตอนนี้
“อืม ถ้าเธอต้องการ พี่ไปเป็นเพื่อนก็ได้นะ”
ได้ยินคำตอบที่อยากได้ ต้วนเฮ่อก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน เขาอยากไปเลือกเสื้อผ้าเป็นเพื่อนเหยียนจือด้วยตัวเอง เผื่อสาวน้อยจะมึน ๆ แล้วเลือกผ้าแบบวันนี้อีก พอไปถึงมหาวิทยาลัยก็อาจถูกคนไม่หวังดีมองจนหมดเปลือก
คิดถึงตรงนี้ ต้วนเฮ่อก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ จู่ ๆ ในใจก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
“จริงเหรอคะ ดีจังเลย! ไม่อย่างนั้นหนูคงต้องไปซื้อเสื้อผ้าคนเดียว หนูก็กังวลว่าจะเลือกไม่เป็นอยู่พอดี พี่เฮ่ออยู่มหาวิทยาลัยมานานขนาดนี้ ต้องรู้แน่ ๆ ว่านักศึกษาชอบใส่เสื้อผ้าแบบไหน ใช่ไหมคะ”
เหยียนจือปรบมือ ดวงตาหยีเป็นเสี้ยวจันทร์เพราะรอยยิ้ม ท่าทางน่ารักนั้นทำให้ต้วนเฮ่อมองเธอเพิ่มอีกสองครั้ง วินาทีต่อมา สายตาของเขาก็เลื่อนต่ำลง และเห็นส่วนอวบอิ่มที่ยิ่งโดดเด่นขึ้นเพราะถูกแขนทั้งสองข้างเบียดเข้าหากันอย่างไม่ผิดคาด
……
ต้วนเฮ่อเบือนหน้าหนีอย่างไม่ใส่ใจ เอ่ยรับในลำคอด้วยท่าทีแอบกระอักกระอ่วนเล็กน้อย เขาไม่เคยสนใจการแต่งตัวของนักศึกษามหาวิทยาลัยเลย
แต่ด้วยหลักการที่ว่าจะไม่แสดงความประหม่าให้เหยียนจือเห็น ต้วนเฮ่อจึงตัดสินใจกลับไปถามคนอื่นดู ส่วนคนที่จะถามนั้น สวี่ตี๋เป็นตัวเลือกที่ไม่เลว
