เมื่อเหยียนจือแนบชิดอยู่ใกล้ ๆ เธอจึงสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างชัดเจน ต้วนเฮ่ออับอายจนทำตัวไม่ถูก แต่กลับพบว่าร่างกายของตัวเองไม่อยู่ในการควบคุมเลย
“ขอโทษ...”
ต้วนเฮ่อเอ่ยขอโทษอย่างกระอักกระอ่วน เด็กสาวส่งเสียงตอบรับอย่างขอไปที ก่อนจะซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนเขา ก้มหน้าลงไม่กล้ามองใคร
ต้วนเฮ่อเห็นใบหูของเธอแดงก่ำได้อย่างชัดเจน ขนตาก็สั่นไหวไม่หยุด ยิ่งมอง หัวใจที่เต้นเร็วอยู่แล้วก็ยิ่งเสียจังหวะไปโดยสิ้นเชิง
ต้วนเฮ่อไม่ได้คิดต่อต้านสัมผัสชวนวาบหวามและชวนให้ประหม่าเช่นนี้ ซ้ำยังคิดอย่างน่ารังเกียจว่าอยากให้เวลาผ่านไปช้าลง จะได้กอดเธอไว้นานขึ้นอีกสักหน่อย
ต้วนเฮ่อเบือนหน้าออกเล็กน้อย มองทิวทัศน์นอกหน้าต่างที่วูบผ่านไป แววตาพร่าเลือนไปชั่วขณะ
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่อาจมองเหยียนจือเป็นน้องสาวธรรมดา ๆ ได้อีกแล้ว...
ไม่มีใครล่วงรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงในใจของต้วนเฮ่อ หลังจากข้ามลูกระนาดชะลอความเร็วที่มีนับไม่ถ้วน ในที่สุดรถก็แล่นได้อย่างราบรื่น ขับต่อไปอีกสิบนาทีกว่าจึงถึงจุดหมายปลายทาง
“คุณตาคุณยายพักอยู่ที่ไหนครับ เดี๋ยวผมไปส่ง”
รีสอร์ตแห่งนี้ดัดแปลงมาจากหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ผู้สูงอายุทั้งสองเป็นคนท้องถิ่นที่นี่ หลังศาสตราจารย์เหยียนพากลับไปส่งถึงบ้าน พวกเขาก็ต้อนรับทุกคนเข้าบ้านอย่างกระตือรือร้น ยืนกรานจะทำอาหารเลี้ยงให้ได้
“ขอบคุณทุกคนมาก ถ้าไม่ได้พวกคุณ พ่อแม่กับลูกของฉันคงไม่รู้จะทำยังไงดี”
