เช้าตรู่วันถัดมา ต้วนเฮ่อก็มาปรากฏตัวที่หน้าบ้านตระกูลเหยียน เขาเคาะประตู ไม่นานศาสตราจารย์เหยียนก็เปิดออก เมื่อมองเห็นว่าเป็นต้วนเฮ่อ เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย
“เสี่ยวเฮ่อ? มาทำอะไรแต่เช้าเหรอ?”
ศาสตราจารย์เหยียนเชิญต้วนเฮ่อเข้าบ้านพลางถามธุระ ต้วนเฮ่อกล่าวทักทายอาจารย์ด้วยความเคารพ
“ผมมาหาจือจือครับ เมื่อวานคุยกันไว้แล้วว่า ต่อจากนี้ทุกเช้าจะออกไปวิ่งด้วยกัน”
ศาสตราจารย์เหยียนยิ่งประหลาดใจเมื่อได้ยิน เรื่องนี้น่าตกใจกว่าตอนต้วนเฮ่อมาหาแต่เช้าแล้วบอกเขาว่าเขียนวิทยานิพนธ์ไม่เป็นเสียอีก
“ช่วงนี้จือจืออยากลดน้ำหนักจริง ๆ บอกว่าอยากเปลี่ยนโฉมใหม่ก่อนไปเรียนมหาวิทยาลัย”
ศาสตราจารย์เหยียนเล่าเรื่องของเหยียนจือในช่วงหลายวันมานี้ แล้วก็หัวเราะอย่างจนใจ
“แต่เด็กคนนี้พูดทุกปีว่าจะลดน้ำหนัก แล้วเคยลดได้จริงเสียที่ไหน ฉันว่าเธอตอนนี้ก็ไม่ได้ดูอ้วนมาก จะลดหรือไม่ลดก็ไม่เป็นไรหรอก”
เหยียนจือไม่ได้ตัวเตี้ย แถมยังอวบสมส่วน จึงไม่ได้ดูสะดุดตาจนเกินไป แต่เพียงมองแวบเดียวก็รู้ว่าน้ำหนักตัวไม่น้อย
“ผมพาจือจือออกกำลังกาย ต่อให้ไม่ลดน้ำหนัก อย่างน้อยก็ได้ขยับร่างกายบ้างครับ”
ต้วนเฮ่อไม่ได้คล้อยตามคำพูดของอาจารย์ เขาคิดว่าในเมื่อสาวน้อยอยากลดน้ำหนัก ก็ไม่ควรบั่นทอนความมั่นใจ ควรให้กำลังใจเธอมากกว่า
“งั้นเข้าไปดูสิ เธอยังนอนอยู่ในห้อง”
ศาสตราจารย์เหยียนคิดดูแล้วก็เห็นด้วย เขาจิบชาช้า ๆ ปล่อยให้ต้วนเฮ่อเข้าไปปลุกเอง
