“รุ่นพี่ ถ้าพี่ยุ่งอยู่ ฉันรออยู่ข้าง ๆ ได้นะคะ”
เหยียนจือตอบอย่างว่าง่าย ต้วนเฮ่อเหลือบมองตัวอย่างทดลองของตัวเอง ก่อนส่ายหน้าให้เธอ
“ไม่เป็นไร ตอนนี้พี่ไม่ยุ่ง”
พูดจบ ต้วนเฮ่อก็พาเหยียนจือไปนั่งข้าง ๆ เขานึกขึ้นได้ว่าสวี่ตี๋ยังอยู่ในห้องทดลอง จึงหันไปบอกอีกฝ่าย
“ทางนี้ไม่มีอะไรให้ช่วยแล้ว เธอไปทำธุระของตัวเองเถอะ”
นิ้วของสวี่ตี๋งอเล็กน้อย เธอเหลือบมองเหยียนจือที่อยู่ข้างต้วนเฮ่ออย่างแนบเนียน ก่อนยิ้มแล้วตอบว่าได้
ต่อหน้าต้วนเฮ่อ สวี่ตี๋วางตัวได้พอดีเสมอ เธอดูออกว่าตอนนี้ความสนใจของเขาอยู่ที่เหยียนจือทั้งหมด จึงไม่ได้คิดจะฝืนอยู่ต่อ
สวี่ตี๋เดินจากไปอย่างไม่ลังเล เหยียนจือมองแผ่นหลังของเธอที่ค่อย ๆ ลับตา ก่อนหยิบหนังสือออกมาเงียบ ๆ ระหว่างนั้นแตงกวาลูกหนึ่งก็ดันหล่นออกมาโดยไม่ตั้งใจ
ต้วนเฮ่อเห็นแตงกวาที่หล่นจากกระเป๋าของเหยียนจือ แววประหลาดใจวูบผ่านดวงตาเพียงชั่วครู่ เด็กสาวดูเหมือนจะเขินอายอยู่บ้าง จึงรีบเก็บแตงกวาขึ้นมาวางไว้ข้าง ๆ
“ช่วงนี้ฉันกำลังลดน้ำหนักค่ะ กลัวว่าตอนบ่ายจะหิว”
เสียงของเหยียนจือเบาลงเรื่อย ๆ ต้วนเฮ่อไม่ได้คิดจะหัวเราะเยาะเธอ กลับให้กำลังใจเรื่องที่เธอลดน้ำหนักเสียด้วยซ้ำ
“ออกกำลังกายให้มากหน่อยก็ดีต่อสุขภาพนะ ดีแล้วละ”
พอได้ยินเช่นนั้น เหยียนจือก็กะพริบตาถี่ ๆ ราวกับรู้สึกผิดอยู่หน่อย ๆ ต้วนเฮ่อเห็นท่าทางนั้นก็จับสังเกตได้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล หลังจากซักถามต่ออีกนิด เขาถึงรู้ว่าเด็กสาวตั้งใจจะลดน้ำหนักด้วยการอดอาหารเพียงอย่างเดียว
