“ไม่หรอก เธอเป็นผู้ช่วยของพี่ ไม่ใช่คนที่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่แล้ว อยู่ต่ออย่างสบายใจเถอะ เดี๋ยวค่อยดื่มซุปสาลี่ด้วยกัน”
ลู่สือเจ๋อคว้าข้อมือเหยียนจือโดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ ก่อนจะดึงเธอไปนั่งบนโซฟาอย่างกึ่งบังคับ
“ได้ค่ะ ฉันฟังพี่ลู่”
ว่าง่ายขนาดนี้เชียว?
หัวใจของลู่สือเจ๋อไหววูบ เขาดึงเธอมานั่งบนโซฟาแล้วก็อดเตือนไม่ได้
“อย่าเชื่อคำพูดคนอื่นง่าย ๆ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ควรเผื่อใจไว้บ้าง”
“แต่พี่ลู่ไม่ใช่คนอื่นนี่คะ”
เหยียนจือตอบอย่างมีเหตุผล ลู่สือเจ๋อรู้สึกราวกับมีบางอย่างพุ่งเข้ากระแทกหัวใจ จนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
“...เธอพูดถูก พี่ไม่ใช่คนอื่น นอกจากพี่แล้ว อย่าไปเชื่อคำพูดใครอีก”
เหยียนจือพยักหน้าตกลงทันทีโดยไม่ต้องคิด ความไว้วางใจอย่างหมดใจเช่นนี้ทำให้หัวใจของลู่สือเจ๋อพองโต ทั้งสองคุยกันเล่นอีกสองสามประโยค ก่อนที่ลู่สือเจ๋อจะเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปยังเรื่องหนึ่งอย่างกะทันหัน
“จือจือมีบัญชีในอินฝูไหม เรามาติดตามกันและกันดีไหม”
ลู่สือเจ๋อเปลี่ยนคำเรียกเหยียนจืออย่างเจ้าเล่ห์เสียจนเนียนสนิท แต่หญิงสาวกำลังจดจ่ออยู่กับเรื่องบัญชีอินฝู จะสังเกตเห็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ได้อย่างไร
“อืม...มีค่ะ แค่ลงอะไรเล่น ๆ เท่านั้นเอง แล้วบัญชีของพี่ลู่มีผู้ติดตามตั้งเยอะ จะมาติดตามผู้ช่วยตัวเล็ก ๆ อย่างฉันได้ยังไงคะ”
ตอนพูดว่าแค่ลงอะไรเล่น ๆ แววรู้สึกผิดก็วาบผ่านดวงตาของเหยียนจือ เธอปฏิเสธคำชวนให้ติดตามกันของลู่สือเจ๋ออย่างนุ่มนวล
