ทันทีที่ต้วนเฮ่อขยับเข้ามาใกล้ เหยียนจือก็เอนตัวถอยหลังไปเล็กน้อย แม้การเคลื่อนไหวจะไม่ชัดเจนนัก แต่ชายหนุ่มก็สังเกตเห็นได้อย่างเฉียบไว
ความร้อนรุ่มในหัวพลันสงบลง ต้วนเฮ่อปรับลมหายใจให้เป็นปกติ ก่อนจะยื่นมือไปหยิบใบไม้ที่ติดอยู่บนศีรษะของหญิงสาว ท่ามกลางสายตาประหลาดใจของเธอ
“มีอะไรติดอยู่บนหัวน่ะ”
ต้วนเฮ่อเอ่ยพลางคีบใบไม้ไว้ระหว่างนิ้ว รอยยิ้มยังคงอ่อนโยนเช่นเคย ทำให้ความระแวดระวังที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในใจหญิงสาวค่อย ๆ คลายลง
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ขอบคุณนะคะพี่เฮ่อ”
“ไม่เป็นไร”
ต้วนเฮ่อนั่งตัวตรง สูดลมหายใจลึก ๆ เขารู้สึกว่าตัวเองเมื่อครู่หุนหันพลันแล่นเกินไป หญิงสาวยังไม่ได้ชอบเขา หากเขารุกเข้าหาโดยไม่คิดหน้าคิดหลังเช่นนั้น ก็อาจกลับกลายเป็นผลร้าย ทำให้เหยียนจือหวาดกลัวและตีตัวออกห่าง
นั่นไม่ใช่สิ่งที่ต้วนเฮ่อต้องการ
“เมื่อกี้พี่อารมณ์ไม่ค่อยดี ตอนนี้จือจือยกโทษให้พี่ได้ไหม?”
ต้วนเฮ่อกดความรู้สึกอันซับซ้อนเอาไว้ ก่อนหันมายิ้มให้เหยียนจือ หญิงสาวมองรอยยิ้มไร้เงาหม่นของชายหนุ่มแล้วทำสีหน้าอึดอัด
“ฉันไม่ได้โกรธพี่เฮ่อสักหน่อย”
“งั้นเมื่อกี้สาวน้อยคนไหนกันที่ไม่ยอมสนใจพี่?”
เหยียนจือเขินขึ้นมาทันที ด้วยการจงใจปรับบรรยากาศของต้วนเฮ่อ ทั้งสองจึงกลับมาสนิทสนมกันเหมือนเดิม แล้วเที่ยวเล่นด้วยกันต่อ
ศาสตราจารย์เหยียนเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตา ภายในใจเต็มไปด้วยความทอดถอนใจและไม่เข้าใจ
“สองคนนี้เข้ากันได้ดีขนาดนี้ ทำไมถึงไม่ยอมรับข้อเสนอของฉันเสียทีนะ”
