แม้ต้องเผชิญหน้ากับตระกูลต้วนซึ่งมีชาติตระกูลเหนือกว่าครอบครัวของตนมาก ศาสตราจารย์เหยียนก็ยังคงยืนกรานอย่างเด็ดขาดไม่เปลี่ยนแปลง
เมื่อเห็นว่าเขายืนกรานเช่นนั้น ตระกูลต้วนจึงยอมถอยและเป็นฝ่ายอ่อนข้อให้ ของขวัญจะมอบให้เมื่อไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องรีบมอบในรูปแบบสินสอด
เหยียนจือแอบถอนหายใจโล่งอก คิดว่าเรื่องนี้คงยังไม่เกี่ยวกับเธอมากนักไปอีกพักใหญ่ แต่วันถัดมาก็ได้รับคำเชิญจากแม่ของต้วนเฮ่อให้ไปเดินเล่นด้วยกัน
“คุณป้าชวนฉันไปเดินห้างด้วยค่ะ”
หญิงสาวเดินมาหาต้วนเฮ่อด้วยสีหน้าออดอ้อน เขาวางของในมือลง ก่อนจะดึงเธอมานั่งบนตักแล้วจูบอย่างดูดดื่ม
เหยียนจือคิดว่าชายหนุ่มไม่ได้ฟังที่เธอพูด จึงกำลังจะโกรธ ทว่าพอใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้ตรงหน้า ความขุ่นเคืองก็พลันมลายหายไป
“แม่ไม่ชวนคนที่ไม่ชอบไปไหนด้วยหรอก แม่ชอบเธอมาก ถึงได้อยากสนิทกับเธอเร็ว ๆ”
ต้วนเฮ่อยิ้มบาง ๆ พลางจูบมุมปากหญิงสาว แล้วใช้เสียงอ่อนโยนปลอบประโลมความกังวลของเธอไปด้วย
เหยียนจือถูกปลอบจนใจเย็นลงจริง ๆ เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทั้งยังเห็นชายหนุ่มจูบแก้มกับมุมปากของเธอไม่หยุด ก็เริ่มใจเต้น อยากเข้าใกล้ จึงเป็นฝ่ายโน้มตัวไปครอบครองริมฝีปากของเขาเอง
แววตาต้วนเฮ่อมืดลงเล็กน้อย เขารู้ดีว่าต้องทำอย่างไรหญิงสาวถึงจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ในยามที่เธอจูบเข้ามา ชายหนุ่มจึงทำท่าขัดขืนอย่างอ่อนแรง แสร้งทำเป็นจะถอยหนี
