“จือจือ ฉันรู้ว่าการขอเธอแต่งงานตอนนี้อาจจะเร็วไปหน่อย แต่ความคิดนี้หยั่งรากอยู่ในใจฉันมาตั้งแต่เมื่อ 4 ปีก่อนแล้ว”
ต้วนเฮ่อมองเหยียนจือด้วยสีหน้าจริงจังเป็นพิเศษ บนใบหน้าไม่มีรอยยิ้มแม้แต่น้อย ไม่ใช่เพราะอารมณ์ไม่ดี แต่เป็นเพราะเขากำลังประหม่า
“ให้โอกาสฉันได้ดูแลเธออย่างเปิดเผยไปตลอดชีวิตนะ ฉันจะไม่ก้าวก่ายเรื่องที่เธออยากทำ และจะไม่ปล่อยให้เธอต้องเผชิญเรื่องจุกจิกในบ้าน อยู่ข้างฉัน เธอแค่ใช้ชีวิตเป็นตัวเองอย่างมีความสุขก็พอ”
“พี่เฮ่อ...”
นี่เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวถูกขอแต่งงาน เธอตื่นเต้นจนไม่รู้จะวางมือวางเท้าอย่างไร ฟังคำมั่นสัญญาจากชายหนุ่มแล้ว น้ำตาก็เอ่อคลออยู่ในดวงตา
“ฉันหวังว่าเมื่ออยู่ข้างฉัน เธอจะเป็นหญิงสาวที่มีความสุข สดใสร่าเริงแบบนี้ตลอดไป แต่งงานกับฉันนะ”
ต้วนเฮ่อเอ่ยถ้อยคำที่คิดไว้ตลอด 4 ปีออกมาได้ในที่สุด พอพูดจบ เหงื่อก็ผุดขึ้นบนหน้าผาก
แม้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะมั่นคงมาตลอด 4 ปี แต่ในวินาทีที่เอ่ยปากขอแต่งงานจริง ๆ ต้วนเฮ่อก็ยังอดรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองไม่ได้
ถ้าหญิงสาวไม่ตกลงจะทำอย่างไร ถ้าในสายตาของจือจือ เธอคิดว่ายังมีโอกาสได้พบผู้ชายที่หนุ่มกว่าในอนาคต จึงไม่อยากเลือกเขาล่ะ?
ความกังวลเหล่านี้ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่ต้วนเฮ่อก็อดคิดมากไม่ได้
“ฉันตอบตกลงหมั้นก่อนได้ไหม แล้วค่อยแต่งงานช้าหน่อย? ฉันอยากเที่ยวเล่นให้เต็มที่หลังเรียนจบ”
เหยียนจือเอ่ยอย่างรู้สึกผิดอยู่บ้าง พอเธอพูดขึ้นมาก็ขัดจังหวะความคิดวุ่นวายในหัวของต้วนเฮ่อทันที
เมื่อชายหนุ่มได้ยินคำพูดของหญิงสาว แววขันวาบผ่านดวงตา แต่เขาก็พยักหน้ารับอย่างหนักแน่น
