“เหยียนจือ เธอจะเอาแต่ใจแบบนี้ไม่ได้ ถ้าอยากได้รางวัลมาทำงานครบทุกวัน ก็หาคนขับรถไปส่งเองสิ ถิงโจวต้องไปส่งฉัน!”
เหยียนลี่อวิ๋นกำลังหงุดหงิด คำตำหนิจึงหลุดปากออกมาโดยไม่ทันคิด พอได้ยินเช่นนั้น เหยียนจือก็ทำหน้าเหมือนถูกเอาเปรียบแล้วหันไปมองจี้ถิงโจวทันที
“พี่ไม่ไปส่งฉันทำงานเหรอคะ หรือจือจือเอาแต่ใจเกินไป?”
“ไม่ใช่ พี่จะไปส่งจือจือทำงาน จือจือไม่ได้เอาแต่ใจเลยสักนิด”
จี้ถิงโจวรีบแสดงจุดยืนทันที ไม่เปิดโอกาสให้เกิดความเข้าใจผิดหรือขัดแย้งระหว่างเขากับสาวน้อยแม้แต่น้อย
เหยียนลี่อวิ๋นขมวดคิ้วแน่น อารมณ์ที่เพิ่งดีขึ้นกลับถูกเมฆหมอกครึ้มปกคลุมอีกครั้ง
“จี้ถิงโจว คุณเป็นคู่หมั้นของฉันนะ เช้านี้อุตส่าห์มาถึงบ้านตระกูลเหยียนแต่เช้า แค่เพื่อไปส่งน้องสาวฉันทำงานอย่างนั้นเหรอ?”
แม่เหยียนเดินถือของเข้ามาพอดี เมื่อเห็นทั้งสามคนกำลังเผชิญหน้ากันก็พลันงุนงง ไม่รู้ว่าทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้
“ลี่อวิ๋น มีอะไรก็ค่อย ๆ พูด อย่าทะเลาะกันเลย”
แม่เหยียนเดินเข้าไปห้าม แต่กลับถูกเหยียนลี่อวิ๋นถลึงตามองอย่างรำคาญ ราวกับกำลังตำหนิว่าเธอเข้ามาขวางและพูดมาก
สายตานั้นทำให้แม่เหยียนรู้สึกเย็นวาบในหัวใจ เธอกำจานอาหารในมือไว้ อ้าปากเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่สุดท้ายก็เงียบไป
ลี่อวิ๋นกำลังโกรธเธออยู่หรือเปล่า…
“ที่ผมมารับจือจือ เพราะผมกับจือจือไปบริษัทเดียวกัน อยู่เส้นทางเดียวกัน แต่ถ้าผมไปส่งคุณ บริษัทของเราสองคนอยู่คนละทิศคนละทาง”
