เหยียนจือเดินมาหาลู่สือเจ๋อโดยไม่ทันระวังตัว เธอเปิดตู้เย็นหยิบของอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่รู้เลยว่าสายตาของชายหนุ่มจับจ้องอยู่ที่ลำคอของเธอตลอดเวลา
จนกระทั่งเหยียนจือวางของเข้าไมโครเวฟ ลู่สือเจ๋อถึงเอ่ยปาก
“คอของคุณเป็นอะไรไป?”
ทำไมถึงมีรอยที่ดูคล้ายรอยจูบอยู่ตรงนั้น ลู่สือเจ๋อหรี่ตาลงเล็กน้อย เด็กสาวคนนี้อยู่ในกองถ่ายกับเขาทุกวัน หรือจะถูกผู้ชายในวงการหลอกเข้าให้แล้ว
วงการบันเทิงมีเรื่องซับซ้อนมากมาย ลู่สือเจ๋อรู้ดีว่าเหยียนจือใสซื่อแค่ไหน เขาไม่อยากให้เธอเดินไปในทางที่ผิด
เหยียนจือยกมือปิดคอตามสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตฉายแววกระอักกระอ่วนขึ้นมาวูบหนึ่ง รวดเร็วจนลู่สือเจ๋อคิดว่าตัวเองตาฝาด
“ไม่มีอะไรค่ะ น่าจะโดนยุงกัด ห้องรับแขกกว้างเกินไป ยากันยุงแบบน้ำเลยไม่ได้ผล”
ข้ออ้างของเหยียนจือฟังขึ้นอยู่ไม่น้อย ลู่สือเจ๋อพยักหน้าเมื่อได้ยิน คงเชื่อคำพูดนี้แล้วกระมัง เหยียนจือเห็นดังนั้นก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ลู่สือเจ๋อมองการกระทำทุกอย่างของเหยียนจืออยู่ในสายตา แต่ไม่ได้พูดอะไร ในเมื่อเป็นเรื่องส่วนตัวของเธอ อีกฝ่ายไม่อยากบอก เขาก็ไม่ซักไซ้ให้มากความ
“อาจารย์ลู่ ดื่มตอนยังร้อน ๆ นะคะ”
เหยียนจือยื่นซุปแก้เมาค้างไปตรงหน้าลู่สือเจ๋ออย่างคาดหวัง ชายหนุ่มได้สติ รับชามซุปมาแล้วดื่มรวดเดียวจนหมด
“ขอบคุณ คุณกลับไปพักเถอะ ทางนี้ให้ผมจัดการเอง”
เหยียนจือเหลือบมองผู้จัดการที่ล้มอยู่บนพื้น ก่อนพยักหน้าให้ลู่สือเจ๋อ แล้วหันหลังเตรียมเดินจากไป
