“สือเจ๋อ คุณยังไหวไหม เดี๋ยวฉันพยุงขึ้นไปนะ”
คนขับรถรับจ้างจอดรถเรียบร้อยแล้ว ผู้จัดการที่ดื่มไปไม่มากรีบเข้าไปดูแลศิลปินในสังกัดทันที ตอนนี้ลู่สือเจ๋อปิดโทรศัพท์ไปแล้ว เขาเอนกายพิงเบาะหลัง หลับตาทั้งสองข้าง ดูท่าทางเหมือนหลับไปแล้ว
ขณะที่ผู้จัดการเดินเข้าไปดูอาการ ลู่สือเจ๋อซึ่งดูราวกับหมดสติพลันลืมตาขึ้น จ้องผู้จัดการที่อยู่ตรงหน้า
“ฉันเอง ยังจำฉันได้ไหม?”
ภายนอกลู่สือเจ๋อดูมีสติแจ่มชัด แต่ผู้จัดการที่คุ้นเคยกับเขารู้ดีว่าตอนนี้เขาเมาแล้ว แถมยังอาจจำตนไม่ได้ด้วยซ้ำ
ลู่สือเจ๋อมองผู้จัดการอยู่เงียบ ๆ หลายอึดใจ ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ แล้วปล่อยให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้และพาตัวลงจากรถ
ผู้จัดการออกแรงลากเขาเข้าไปในลิฟต์จนเหงื่อท่วมตัว ลู่สือเจ๋อดูผอมบอบบางก็จริง แต่กล้ามเนื้อแน่น สูงเกือบ 190 เซนติเมตร น้ำหนักตัวจึงไม่ใช่เบา ๆ เลย
ความรู้สึกอยากอาเจียนพุ่งขึ้นมา ผู้จัดการหน้าซีดเขียว วันนี้เขาดื่มเหล้าปลอมหรือไง ทำไมถึงทรมานขนาดนี้
ตอนนี้ผู้จัดการไม่สนใจอะไรแล้ว เขารีบกดโทรหาเหยียนจือ ให้เธอมาที่นี่เดี๋ยวนี้
“พี่ ฉันมาแล้ว พี่ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
เหยียนจือสวมชุดอยู่บ้าน รีบร้อนมาถึงหน้าลิฟต์ พอเห็นผู้จัดการยืนโงนเงน เธอก็รีบพุ่งเข้าไปช่วยพยุงลู่สือเจ๋อให้มั่นคง
“ไม่ต้องพูดแล้ว รีบช่วยพาฉือเจ๋อเข้าไปที ฉันจะอาเจียนแล้ว”
ผู้จัดการหน้าซีดเผือด ได้ยินอย่างนั้นเหยียนจือก็ไม่กล้าชักช้า เธอพยักหน้ารัว ๆ แล้วช่วยผู้จัดการพาลู่สือเจ๋อเข้าไปในห้อง
