เวินเหยาหยาไม่รู้ว่ามาปรากฏตัวที่กองถ่ายตั้งแต่เมื่อไร เธอมองสองคนที่ยืนอยู่ด้วยกันอย่างสนิทสนมเป็นพิเศษ สีหน้าดูแย่มาก ผู้ช่วยตัวน้อยคนนี้มีแผนการจริง ๆ กล้าดียังไงมายั่วยวนลู่สือเจ๋อต่อหน้าคนอื่น
เหยียนจือหันไปมอง ในมือยังถือผ้าเช็ดเหงื่อ สีหน้าสับสนอย่างยิ่ง
“สือเจ๋อ ใช่เธอหรือเปล่าที่มายั่วยวนคุณ คุณไม่เคยเข้าใกล้ผู้หญิงคนไหนขนาดนี้ นอกจากฉัน!”
เวินเหยาหยาเดินเข้าไปซักไซ้โดยไม่สนใจอะไร ในดวงตาเต็มไปด้วยความน้อยใจ ราวกับลู่สือเจ๋อเป็นคนใจร้ายที่ทรยศเธอ
ลู่สือเจ๋อขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ “เหยาหยา ผมกำลังทำงาน อย่าคิดไปเองสิ”
เขากับเหยียนจือไม่มีอะไรกันเลย หากมีคนเจตนานำคำพูดของเวินเหยาหยาไปเผยแพร่ คงทำให้เหยียนจือได้รับความเสียหายโดยไม่จำเป็น
“คุณยังพูดแบบนี้เพื่อเธออีก ทำงานอะไรถึงต้องเข้าใกล้กันขนาดนั้น!”
เวินเหยาหยาทั้งโกรธทั้งร้อนใจ ลู่สือเจ๋อไม่ทันสังเกตว่าตัวเองเผลอปกป้องเหยียนจือ แต่เธอมองออกนี่นา ลู่สือเจ๋อเคยใส่ใจผู้หญิงคนอื่นขนาดนี้เสียเมื่อไร
“คุณเวิน ฉันกำลังเช็ดเหงื่อให้พี่ลู่ค่ะ อีกเดี๋ยวก็จะเริ่มถ่ายแล้วนะคะ”
เหยียนจือยืนดูละครฉากนี้อยู่ข้าง ๆ มาพักใหญ่ เพิ่งเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้าในตอนนี้ พร้อมแกว่งผ้าเช็ดหน้าในมือเบา ๆ
เวินเหยาหยาเห็นผ้าเช็ดหน้าก็ชะงักไป สีหน้าที่เมื่อครู่ยังดูมั่นใจเต็มเปี่ยมพลันเผยความรู้สึกผิดขึ้นมาสองส่วน
“พี่ลู่ ฉันไปก่อนนะคะ”
เหยียนจือเหลือบมองเหงื่อบนลำคอของลู่สือเจ๋อ ถ่ายละครย้อนยุคกลางหน้าร้อนช่างทรมานเสียจริง เธอทำท่าราวกับไม่อยากรบกวนทั้งคู่แล้วเตรียมตัวจากไป ทว่าในจังหวะที่หันหลัง ชายหนุ่มกลับคว้าแขนเธอไว้
