“ไม่มี ผมไม่เคยทำแบบนี้กับคนอื่น”
เพราะอย่างนั้น ถึงมีแค่คุณ
ประโยคเดียวก็ปลอบใจหญิงสาวได้ เหยียนจือผ่อนคลายสีหน้าลง ก่อนจะขานรับเสียงเบาอย่างอารมณ์ดี
ลู่สือเจ๋อยกยิ้มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว เขารีบปรับร่างกายที่ผิดปกติให้สงบลงอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ลากเหยียนจือไปล้างตัวที่ห้องพักส่วนตัวต่อหน้าทุกคน
เหยียนจือเป็นผู้ช่วยคนสนิทของลู่สือเจ๋อ เขาพาเธอออกไปจึงไม่มีใครเห็นว่าแปลกอะไร กระทั่งผู้จัดการของลู่สือเจ๋อมาถึงกองถ่าย ถึงได้รู้ว่าเหยียนจือรับหน้าที่เป็นตัวแทนแสดงฉากเสี่ยงให้อีกครั้ง
“ผู้กำกับบอกว่าสาวน้อยคนนี้มีแววมาก ไม่แน่ว่าอาจโด่งดังในวงการบันเทิงได้เลยนะ!”
ผู้ช่วยผู้กำกับพูดคุยกับหลิวเจ๋ออย่างอารมณ์ดี แววตาของหลิวเจ๋อไหววูบ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม
“เรื่องนี้คงต้องดูความเห็นของเจ้าตัว ถ้าน้องเขาอยากไปจริง ๆ อาจารย์ลู่ของผมจะไปขวางไม่ให้ไปได้ยังไงล่ะครับ”
เมื่อหยั่งเชิงจนรู้ท่าทีของทางลู่สือเจ๋อแล้ว ผู้ช่วยผู้กำกับก็คลายใจไปได้ครึ่งหนึ่ง เขายิ้มรับคำอีกสองสามประโยค ก่อนจะหาโอกาสปลีกตัวออกมา
หลิวเจ๋อมองตามแผ่นหลังของอีกฝ่ายที่เดินจากไป แล้วหันไปทางห้องพักของลู่สือเจ๋อ
เพิ่งก้าวเข้าไป หลิวเจ๋อก็เห็นลู่สือเจ๋อนั่งอยู่บนเก้าอี้ ส่วนเหยียนจือยืนอยู่ด้านหลัง กำลังใช้ไดร์เป่าผมช่วยเป่าผมให้เขา
ภาพทั้งสองแนบชิดกันอย่างกลมกลืน ทำให้หลิวเจ๋อเผลอเหม่อไปชั่วขณะ ราวกับเห็นคู่บ่าวสาวข้าวใหม่ปลามัน
