ชุยเจ๋อได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจากด้านนอก จึงคิดว่าเป็นบ่าวชายที่นำเสื้อผ้ามาให้ เขาพยุงตัวลุกขึ้นจากอ่างอาบน้ำ ก้าวออกมาโดยไม่ได้สวมอะไร แล้วเดินพ้นฉากกั้นไปทั้งอย่างนั้น
เหยียนจือหันหลังกลับไปตามสัญชาตญาณ พอสบตากับชายหนุ่มเข้า นางก็เห็นเพียงแผงอกของอีกฝ่าย จากนั้นก็ไม่กล้ามองต่ำลงไปอีก นางร้องตกใจ ก่อนจะรีบหันหน้ากลับไป
“เหตุใดถึงเป็นท่าน!”
ชุยเจ๋อชะงักฝีเท้ากะทันหัน ก่อนจะถอยกลับไปหลังฉากกั้นอย่างเก้ ๆ กัง ๆ น้ำเสียงเจือความขุ่นเคืองและแปลกใจเล็กน้อย
“เรียนท่านแม่ทัพ บ่าวชายที่นำเสื้อผ้ามาให้ท่านปวดท้องอย่างหนัก บ่าวหาใครอื่นไม่พบ จึงจำต้องนำเสื้อผ้ามาส่งให้ถึงห้องด้วยตนเอง ขอท่านแม่ทัพโปรดอภัยด้วยเจ้าค่ะ”
เสียงของเหยียนจือสั่นเครือ นางคุกเข่าลงกับพื้น ก้มหน้าต่ำอย่างไม่กล้าเงยขึ้น ชุยเจ๋อมองผ่านช่องว่างของฉากกั้น เห็นสาวใช้น้อยหันหลังให้เขา ท่าทางเรียบร้อยอย่างยิ่ง ไม่เหมือนคนจงใจเข้ามายั่วยวนแม้แต่น้อย
“วางไว้ แล้วออกไปก่อน”
“บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”
เหยียนจือลุกขึ้นจากพื้นแล้วรีบจากไป ชุยเจ๋อบังเอิญเห็นเสี้ยวหน้าของนาง บนใบหน้าเล็ก ๆ นั้นมีแต่ความโล่งใจราวกับเพิ่งรอดพ้นจากหายนะ
เขาน่ากลัวถึงเพียงนั้นเชียวหรือ ถึงทำให้สาวใช้น้อยหวาดกลัวได้ขนาดนี้?
ชุยเจ๋อยกมือแตะใบหน้าตน แม้บุรุษจะไม่ควรภาคภูมิใจในรูปโฉม แต่เขาก็รู้ดีว่าตนมีหน้าตาพอใช้ได้ นับว่าเป็นหนึ่งในหมู่คนรูปงามที่หาได้ยากในเมืองหลวง