แววตาของเหยียนจือฉายความขลาดกลัวที่คุ้นเคย ไม่ต่างจากตอนอยู่ข้างกายซ่งจือเวยแม้แต่น้อย
สาวใช้ที่นำยามาส่งพลันโล่งใจ เหยียนจือคนนี้รับมือได้ง่ายกว่าเฉินซือซือคนนั้นตั้งเยอะ
“แน่นอนว่านี่เป็นของดีต่อสุขภาพเจ้า ดื่มให้หมด ไม่อย่างนั้นข้าจะขายเจ้าออกไปเดี๋ยวนี้”
เหยียนจือหน้าซีด พยักหน้ารับ ก่อนจะดื่มน้ำยาสีดำข้นในชามจนหมดเกลี้ยงต่อหน้าสาวใช้
“ดี ยังรู้จักเชื่อฟัง จำไว้ว่าเจ้ารอดมาได้เพราะฮูหยินช่วยชีวิต อย่าคิดทรยศนายขึ้นมาเชียว”
มองแผ่นหลังของสาวใช้ที่รีบร้อนจากไป เหยียนจือก็เลิกคิ้ว
ซ่งจือเวยช่วยชีวิตนางอย่างนั้นหรือ?
ใส่ร้ายป้ายสีก่อน แล้วค่อยหาข้ออ้างส่งเดชเพื่อยกเว้นโทษ นี่เรียกว่าช่วยชีวิตหรือ?
เหยียนจือลูบท้องตัวเอง แล้วดึงพลังวิญญาณออกมาสายหนึ่งเพื่อเจือจางฤทธิ์ยาตัดทายาท เพียงแต่ไม่ได้เจือจางยาทั้งหมด
หลังจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เหยียนจือจึงรีบกลับไปอยู่ข้างกายชุยเจ๋อ คอยรินชาและปรนนิบัติต่อไป เมื่อเวลาผ่านไป ร่างของนางก็โงนเงนแทบล้ม ใบหน้าซีดขาวจนแทบโปร่งแสง
“เป็นอะไรไป?”
ต่อให้ชุยเจ๋อจะเชื่องช้าเพียงใด ก็ควรสังเกตเห็นความผิดปกติของคนข้างกายแล้ว เขาวางเอกสารลง เงยหน้ามอง ก็เห็นสาวใช้ดูราวกับกำลังจะเป็นลมทุกเมื่อ ทั้งยังฝืนเงยหน้าขึ้นมองเขา
“ท่านแม่ทัพโปรดระงับโทสะ บ่าวแค่รู้สึกไม่ค่อยสบายเจ้าค่ะ...”
ยังพูดไม่ทันจบ เหยียนจือก็เซถลาล้มไปข้างหน้า ชุยเจ๋อไหวตัวเร็ว รีบโอบเอวนางไว้แล้วดึงเข้ามาในอ้อมแขน