“ตอนนั้นเธอพูดว่ายังไงนะ? บอกว่าเธอเป็นฝ่ายบล็อกเขาเอง ได้ยินมาว่าทำเรื่องผิดพลาดอะไรสักอย่างจนอีกฝ่ายจับได้…”
ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เย่เฟยสมองมึนงง เธอไม่ทันสังเกตเลยว่ามีผู้ชายสองคนแอบฟังบทสนทนาของเธออยู่ไม่ไกล
“แค่จะตกผู้ชายยังทำไม่เป็นเลย ก่อนหน้านี้ฉันคุยกับผู้ชายคนนั้น ยังขอเงินมาได้บ้าง แต่พอเหยียนจือรับช่วงต่อกลับได้เหรียญทองมาแค่ไม่กี่ร้อย เธอนี่มันไร้ประโยชน์จริง ๆ”
“ดีนะที่ฉันมีคนคุยเยอะ ตอนนี้ก็ให้เหยียนจือย้ายออกไปแล้ว ต่อจากนี้แค่ระวังตัวหน่อย ก็ไม่กระทบกับการแต่งงานเข้าตระกูลร่ำรวยของฉันหรอก…”
เย่เฟยพูดถึงแผนการของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ เฉินเจ๋ออันบันทึกภาพเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้ แล้วส่งให้หลิวซินทันที จากนั้นก็สะกิดเซี่ยเจิ้งชูที่ยืนเหม่ออยู่ข้าง ๆ
“เหม่ออะไรอยู่ตอนนี้ รีบไปได้แล้ว”
เซี่ยเจิ้งชูเดินตามเฉินเจ๋ออันออกไปอย่างใจลอย หลังส่งข้อความนั้นไป โทรศัพท์ของเฉินเจ๋ออันก็แทบถูกหลิวซินโทรถล่ม เขามัวแต่รับมือกับคำถามของหลิวซิน จึงไม่ทันสังเกตความเงียบงันของเซี่ยเจิ้งชู
“ฉันไม่ได้โกหกนะ ตอนนี้เธอยังอยู่ในบาร์ กำลังเต้นแนบชิดกับผู้ชายตั้งหลายคน ถ้าไม่เชื่อก็มาเห็นกับตาเองสิ”
เฉินเจ๋ออันพยายามเกลี้ยกล่อมอย่างสุดกำลัง ถ้าอีกฝ่ายไม่ใช่เพื่อนกัน เขาคงไม่อยากเอาตัวเข้ามาพัวพันกับเรื่องยุ่ง ๆ แบบนี้
หลังวางสาย เฉินเจ๋ออันก็ถอนหายใจยาว ก่อนหันไปสังเกตเห็นว่าเซี่ยเจิ้งชูยังคงเงียบ
