กลิ่นหอมอุ่นละมุนจาง ๆ ลอยเข้าจมูกเซี่ยเจิ้งชู สภาพแวดล้อมตอนนี้มีเพียงพวกเขาสองคน กลิ่นอับปะปนภายในลิฟต์ถูกกั้นออกไป ทำให้รสหวานที่เจืออยู่ในกลิ่นหอมนั้นเด่นชัดขึ้น
“...ส่งวิดีโอบันทึกหน้าจอมาให้ผมได้ ถ้าเรื่องนี้เป็นความจริง ผมจะคืนความบริสุทธิ์ให้คุณเอง”
“ขอบคุณค่ะเจ้านาย!”
เหยียนจือรีบกล่าวขอบคุณ หลังจากรับปากอย่างกระตือรือร้นแล้ว สีหน้าของเธอก็คล้ายจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเริ่มลังเลอีกครั้ง
“ถ้าอย่างนั้น...ต่อไปฉันจะถูกไล่ออกไหมคะ?”
“เขาเอาเรื่องนี้มาข่มขู่คุณเหรอ?”
เซี่ยเจิ้งชูเดาความจริงได้ภายในเวลาไม่ถึงวินาที หญิงสาวพยักหน้าอย่างว่าง่าย ชายหนุ่มถอนหายใจ
“ถ้าวันนี้ผมไม่โผล่มา คุณก็คงตั้งใจกลืนเรื่องนี้ลงท้องไปใช่ไหม?”
เซี่ยเจิ้งชูดูออกว่าเหยียนจือเป็นคนแบบไหน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอดถามไม่ได้
เหยียนจือบิดนิ้วทั้งสองเข้าหากัน พอเผชิญกับคำถามของเขา เธอก็พยักหน้าอย่างอึกอัก
“ฉันไม่มีเงิน ถ้าไม่มีงานทำก็จ่ายค่าเช่าห้องไม่ไหวค่ะ”
เหยียนจือทำหน้าเศร้าสร้อย ทั้งตัวแผ่กลิ่นอายของคนซื่อ ๆ ออกมา เซี่ยเจิ้งชูทั้งโมโหทั้งขำ เขาโบกมือ ไม่ได้พูดอะไร เพียงบอกให้หญิงสาวรีบกลับไปส่งหลักฐานให้เขา
เหยียนจือกลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง แล้วส่งวิดีโอบันทึกหน้าจอการวาดภาพยาวกว่ายี่สิบชั่วโมงให้เซี่ยเจิ้งชูเป็นชุด
เซี่ยเจิ้งชูไล่ดูคร่าว ๆ เหยียนจือเก็บบันทึกขั้นตอนการวาดไว้ครบทุกช่วง หญิงสาวยังจับภาพหน้าจอข้อความที่คุยกับหัวหน้าทีมส่งมาให้เขาด้วย เพื่อยืนยันว่าไฟล์ต้นฉบับที่อยู่ในมือหัวหน้าทีมนั้นเธอเป็นคนส่งไปให้
