ไข่ต้มซีอิ๊วสองฟอง กินประทังได้มื้อหนึ่ง สองหยวน ถ้าประหยัดหน่อย กินได้ถึงสองสามวัน
หญิงคนนั้นแซ่โม่ คนแถวนั้นเรียกนางว่า ป้าโม่ นางเก็บของเสร็จก็กลับบ้านไป
ป้าโม่ไปแล้ว จั่วเฉ่าก็ไม่มีที่ไป เดินเล่นไปตามถนน
ด้วยมุมมองของคนที่เคยมีชีวิตเป็นผู้ใหญ่ในโลกก่อน จั่วเฉ่ามองเห็นโอกาสมากมาย แต่ก็เพียงแค่มองเห็นเท่านั้น
ร่างนี้ไม่อาจเรียกร้องสิทธิ์ใดๆ ได้ ป้าโม่ให้ค่าจ้างสองหยวนยังต้องให้แบบหลบๆ ซ่อนๆ
จั่วเฉ่าลองถามหยั่งเชิงเรื่องหอพัก ก็แน่ใจแล้วว่า ไม่มีทางที่เธอจะเข้าไปพักได้
เธอยังเด็ก ไม่มีบัตรประชาชน และไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน
เด็กหญิงอายุห้าขวบ สิทธิ์ที่โลกนี้เปิดให้เธอมีน้อยเกินไป
เดินเตร่อยู่นาน เข้ามุมถนนก็เริ่มมีสายตาชวนอึดอัดจับจ้องเป็นระยะ
จั่วเฉ่าขมวดคิ้ว ฝีเท้าชะงัก แล้วหักเลี้ยวไปที่ป้อมยาม
จั่วเฉ่าเรียกว่า "อาเฉิน"
สายตาที่ตามติดพลันหายวับไป
อาเฉินเงยหน้ามองเด็กหัวตั้งเต้าตาหน้าแปลก เขาขมวดคิ้วแล้วเดินเข้ามาเสียงดัง "หนูเป็นเด็กบ้านไหน ผู้ใหญ่ที่บ้านไปไหนแล้ว"
จั่วเฉ่าพูดชัดเจน "อาสะใภ้ของหนูคือจั่วไฉ่หยุน อาหนุ่มคือเว่ยฉางจื้อ"
อาเฉินพยักหน้า พนักงานของโรงงานพอมีคุ้นๆ "หนูตามหาอาสะใภ้างั้นหรือ"
จั่วเฉ่าส่ายหน้า "อาสะใภ้กำลังทำงาน กำลังสร้างคุณูปการ หนูไปรบกวนไม่ได้"
พูดจบ ทั้งอาเฉินและพี่ชายอีกคนที่อยู่ข้างๆ ก็หัวเราะออกมา
อาเฉินเสียงอ่อนลง กำชับว่า "ช่วงนี้ข้างนอกไม่ค่อยสงบ อย่าออกมาเล่นคนเดียว"
จั่วเฉ่าไม่ลังเลเลยสักนิดที่จะสาดเรื่องเสื่อมเสียของตระกูลเว่ย "ยายทวดบอกว่าหนูแซ่จั่ว กินข้าวบ้านเว่ยไม่ได้ วันนี้หนูไปช่วยงานป้าคนหนึ่ง นางเลยเลี้ยงหนูกินขนมแป้งทอด"
จั่วเฉ่าล้วงออกมาจากกระเป๋า "พวกคุณก็กำลังสร้างคุณูปการ นี่คือไข่ที่ป้าคนนั้นให้หนู หนูขอเลี้ยงพวกคุณนะ"
เธอไม่ได้เอ่ยถึงเงินสองหยวน
อาเฉินกับเพื่อนร่วมงานข้างๆ มองหน้ากันขำๆ
"ตระกูลเว่ยนี่ก็..." ต่อหน้าเด็ก คำพูดหลังจากนั้นก็กลืนกลับลงคอ สายตาที่มองจั่วเฉ่ามีความสงสารเพิ่มขึ้นสองส่วน
อาเฉินย่อตัวลง น้ำเสียงคล้ายเด็กอ่อน "หนูเก็บไว้กินเองเถอะ หนูชื่ออะไรหรือ"
"หนูชื่อจั่วเฉ่า"
"ถ้าหนูไม่มีที่ไป ก็ไปอยู่ที่ร้านรับซื้อของเก่าป้าหรินนู่นก็ได้ โน่น อยู่ตรงข้ามนี่เอง อย่าเดินเพ่นพ่าน และอย่าเดินตามตรอกซอยเล็กๆ ด้วยนะ เข้าใจไหม"
จั่วเฉ่าพยักหน้า
อาเฉินจูงมือจั่วเฉ่าเดินข้ามถนนไป คุยกับป้าหรินสองสามคำ "เดี๋ยวอาสะใภ้ของหนูเลิกงาน ผมจะบอกให้มารับ"
จั่วเฉ่าส่งยิ้มหวานให้ป้าหริน "ป้า หนูมาช่วยนะ"
"อ้าว เจ้าร่างเล็กแค่นี้" ป้าหรินล้วงออกมาจากลิ้นชักลูกแก้วสองลูก "ไปเล่นเถอะ อันนี้ห้ามกินนะ"
จั่วเฉ่าไม่ได้ปฏิเสธน้ำใจของป้าหริน เก็บลูกแก้วใส่กระเป๋า
เธอเริ่มเก็บแผ่นกระดาษลังที่ตกเกลื่อนกลาดรอบๆ เอามารีดให้แบนราบ
ถ้าแรงไม่พอ เธอก็ลงไปคลานทับทั้งร่าง ค่อยๆ กระทืบให้แน่นทีละนิด
ไม่นาน กระดาษที่กระจัดกระจายรอบๆ ก็ถูกจั่วเฉ่าเก็บเป็นกองสูงกองใหญ่
จั่วเฉ่ายกไม่ไหว เลยหันมาเรียนแบบป้าหริน จัดเรียงหลอดยาสีฟันเก่า
ป้าหรินมัดกระดาษที่จั่วเฉ่าเรียงไว้ด้วยเชือกแล้วขนเข้าไป
"หนูคนนี้นี่ขยันจริง อย่าหักโหมมากนะ เดี๋ยวป้าพาไปกินไอติม"
ป้าหรินนึกว่าเด็กน้อยแค่อยากลองเล่นๆ เดี๋ยวสักพักหมดความสนใจก็เลิกเอง
ไม่คิดเลยว่าจั่วเฉ่าจะอดทนนั่งทำงานในร้านรับซื้อของเก่าจริงๆ จนครึ่งค่อนวัน
"พักเถอะ พักเถอะ" ป้าหรินดึงจั่วเฉ่าให้นั่งบนม้านั่ง "นั่งพักนะ นี่งานก็แทบไม่มีอะไรแล้ว"
จั่วเฉ่านั่งลงบนม้านั่งอย่างเรียบร้อย ป้าหรินไปที่ร้านโชห่วยข้างหน้า ซื้อไอติมเกลือมาให้ แล้วกำน้ำตาลติดมือมาสองสามก้อน "เอ้า ถือไว้"
ไอติมเกลือกัดแล้วเนื้อออกทรายๆ แถมหวานมาก
จั่วเฉ่านั่งบนม้านั่ง แทะทีละนิดๆ
ป้าหรินถามอะไรสักหน่อย
จั่วเฉ่าก็ยังคงสาดเรื่องตระกูลเว่ยออกมาต่อ
"เฮ้อ อาสะใภ้ของหนูนี่ก็ลำบาก น่าสงสาร" ป้าหรินว่า
เด็กดีอะไรเช่นนี้ ทำงานคล่องแคล่ว ไม่มีหลบเลี่ยงอู้งานแม้แต่น้อย
ยายแก่บ้านเว่ยนี่ไม่ใช่คนดีแน่ ไม่ได้แล้วล่ะ เดี๋ยวนางต้องไปเม้าท์กับเพื่อนๆ
กลางวัน ป้าหรินถอนถั่วงอกที่ปลูกเองในบ้าน ใช้เนื้อรมควันสองสามชิ้นเจียวน้ำมันจนหอม ผัดถั่วงอกออกมาได้น่าทาน
อาเฉินไปตักข้าวมาจากโรงงานให้ กับข้าวมีไก่ตุ๋นด้วย เอามาให้จั่วเฉ่า
จั่วเฉ่าแบ่งไข่ต้มซีอิ๊วกับป้าหรินกิน อิ่มจนพุงกาง
"อาสะใภ้ของหนูเลิกงานค่ำ เดี๋ยวโรงเรียนแถวนั่นเลิกก็ไปเล่นนะ แต่อย่าไปไกล" ป้าหรินนั่งไกวพัดใบตาล
"ได้"
จั่วเฉ่าพยักหน้า "ป้า ขอลวดพวกนี้ได้ไหม แล้วก็ฝาขวดพวกนี้ด้วย หนูอยากเอาไปทำของเล่น"
ป้าหรินโบกมืออย่างไม่ยี่หระ "ของกระจุกกระจิกพวกนี้ ชอบก็เอาไปตามสบายเถอะ ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ใช่ของมีค่าอะไร"
เมื่อป้าหรินพูดเช่นนั้น จั่วเฉ่าก็เลือกสรรในกองขยะพวกนั้น นั่งยองๆ ลงมือประดิษฐ์
ป้าหรินเอนตัวลงบนเก้าอี้ผ้าใบ เริ่มงีบหลับตา
จั่วเฉ่าไปหยิบผ้าห่มบนเก้าอี้มาคลุมให้ป้าหริน แล้วกลับไปประดิษฐ์ต่อ
ยุคนั้นเลิกเรียนเร็ว
พอโรงเรียนเลิก ถนนหนทางก็คึกคักไปด้วยเสียงเด็กๆ เจี๊ยวจ๊าว
ป้าหรินลุกขึ้นนั่ง ลวดในมือจั่วเฉ่าถูกดัดเป็นห่วงกลมขนาดเท่ากะละมัง
แล้วยังมีอะไรเหมือนด้ามถืออีกสองสามอัน ปลายงอเป็นตะขอเล็กน้อย
พวกฝาขวดก็ถูกทุบเรียบ ร้อยเชือกตรงกลาง
ป้าหรินดูออกว่านี่คือของเล่นเด็ก สองอย่างนี้เด็กในเมืองไม่ค่อยเห็น แต่เด็กบ้านนอกเล่นกันเยอะ
นางหัวเราะแล้วว่า "ฝีมือไม่เลวนี่"
จั่วเฉ่าพูดว่า "ป้า หนูออกไปเล่นนะ"
"อืม อย่าไปไกลนะ"
จั่วเฉ่าไม่ได้ออกไปเล่นแน่นอน
เธอไม่ใช่เด็กจริงๆ
เธอเข็นห่วงเหล็ก วิ่งตื้ดไปที่หน้าโรงเรียนประถม
นั่นคือห่วงกลมที่ทำจากลวด ใช้ตะขอเหล็กเกี่ยว ถ้าทำถูกวิธีก็จะวิ่งกลิ้งไปบนพื้นได้อย่างราบรื่น
ของเล่นเล็กๆ นี้ดึงดูดสายตาเด็กนักเรียนได้อย่างรวดเร็ว
เด็กๆ หลายคนไม่ยอมกลับบ้าน จับจ้องมองห่วงเหล็กที่กลิ้งอยู่บนถนนตาละห้อย
ห่วงเหล็กในมือจั่วเฉ่าถูกเล่นจนมีลูกเล่น สะบัดทีก็เด้งที หลายคนมองจนน้ำลายแทบไหล
มีเด็กใจกล้าวิ่งเข้ามาถาม "คนนั้น ขอเล่นหน่อยได้ไหม"
มุมปากจั่วเฉ่ากระตุกยิ้ม "อันนี้ห้าจี๊ดนึง"
"แพงชะมัดเลย"
ราคาที่จั่วเฉ่าเรียกทำให้หลายคนถอยกลับ แต่ก็มีพวกที่มีเงินเหลือใช้อยู่บ้าง