ทะลุมิติเล่นบท: วันนี้ก็รื้อบทอีกหนึ่ง

ตอนที่ 5 คราวนี้ล้มใช่ไหมล่ะ

7 นาที· 1.5K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

สมัยนี้ ภายนอกอาจดูเรียบง่ายไม่หวือหวา แต่ละแวกนี้ล้วนเป็นบ้านผู้ใช้แรงงาน ฐานะก็ไม่ขี้เหร่

แถมยังเจอนโยบายคุมกำเนิด บ้านไหนก็มีแค่ลูกแก้วหวงแหนเพียงคนเดียว

มือน้อยๆ ไม่เคยขาดเงินค่าขนม

ไม่นานก็มีพวกที่อยากลองของ ซื้อห่วงเหล็กในมือจั่วเฉ่าไป

จั่วเฉ่าทำไม่มาก เป็นการค้าเล็กๆ น้อยๆ แถมของในร้านรับซื้อของเก่าก็หยิบมาได้ไม่มากเกิน

เธอทำห่วงเหล็กมาแค่สี่อัน กับลูกแป้งอีกไม่กี่ลูก แล้วก็ของเล่นจากฝาขวดที่ไม่รู้เรียกว่าอะไร อันละ 30 เฟิน ก็ขายได้หมด

การกลิ้งห่วงเหล็กต้องใช้เทคนิคนิดหน่อย นั่นเป็นของที่มีอยู่ในความทรงจำเดิมของร่างนี้ เป็นของเล่นเด็กบ้านนา

การทำห่วงเหล็ก ก็เป็นฝีมือของเจ้าของร่างเดิม

จั่วเฉ่าเลือกคนซื้อแบบรู้แก่ใจ ราคาที่ตั้งไว้ สำหรับเด็กยุคนี้ถือว่าสูงมากแล้ว

เธอเล็งไปที่พวกเป็ด肥กล้าจ่าย

พวกที่ทำเป็นรวยแต่ไม่รวยจริง จั่วเฉ่าไม่ขายให้ กลัวพ่อแม่จะมาตามหาเรื่อง

การค้าเล็กๆ นี้ รับไม่ได้กับการคืนของแล้วขอเงินคืน

เด็กวัยเดียวกันออกมาขายของข้างนอก เรื่องนี้ก็แปลกใหม่อยู่แล้ว

ฉวยจังหวะช่วงเลิกเรียนที่คนเยอะ จั่วเฉ่าขายของในมือหมดอย่างราบรื่น ได้เงินมาสี่หยวนห้าเหมา

ตอนนี้เธอมีเงินอยู่ในมือหกหยวนห้าเหมาแล้ว

จั่วเฉ่าได้เงิน เด็กๆ รอบข้างก็ได้ของเล่นใหม่ ดูตื่นเต้นพอสมควร ยังคงจับกลุ่มถกเถียงถึงเทคนิคกันอยู่

จั่วเฉ่าเอามือล้วงกระเป๋า ซ่อนความดีไว้ไม่โอ้อวด

เธอกลับไปที่ร้านรับซื้อของเก่า กระทั่งพลบค่ำ คุณอาได้ฟังคำจากอาเฉินแล้วรีบมาอย่างเร่งด่วน

“เฮ้อ หนูนี่” เธอเรียกจั่วเฉ่า ล้วงเงินออกมาจากกระเป๋าแปดเหมา เตรียมยัดให้ป้าหริน

ป้าหรินไม่รับ “หนูคนนี้เก่งจริงๆ ช่วยจัดร้านให้ฉันเรียบร้อยเป็นระเบียบ ที่จริง ฉันต้องให้ค่าขนมหนูต่างหาก”

จั่วไฉ่หยุนยิ้มแหยๆ “รบกวนคุณแล้วค่ะ”

“แม่สามีบ้านเธอน่ะ รับมือยากจริงๆ ลงกับเด็กได้ถึงขนาดด่าเสียๆ หายๆ อย่างนี้ แหม” ป้าหรินพูด “ทั้งบ้านก็หวังพึ่งเธอหาเงินคนเดียว เธอต้องเข้มแข็งขึ้น อย่าว่าแต่หลานสาวแท้ๆ เลย ต่อให้มาอีกสามห้าคน อาหารที่กินก็ไม่ใช่ข้าวของบ้านเว่ย”

จั่วเฉ่ามองคุณอาของตัวเอง เห็นเธอยิ้มเจื่อนๆ ตอบพลางๆ แต่ไม่ได้ฟังคำของป้าหรินเข้าหูจริงๆ

เธอดึงมือจั่วเฉ่า ออกจากร้านรับซื้อของเก่าของป้าหรินอย่างรวดเร็ว

“จั่วเฉ่า หนูออกมาข้างนอกเองได้ยังไง ข้างนอกอันตรายแค่ไหนหนูไม่รู้หรือ ถ้าหนูเป็นอะไรขึ้นมา จะให้ฉันอธิบายกับพ่อแม่หนูยังไง”

จั่วไฉ่หยุนตีหลังจั่วเฉ่าทีนึง “รู้ตัวว่าผิดหรือยัง”

“คุณอา ที่บ้านฉันไม่มีข้าวกิน” จั่วเฉ่าหยุด เงยหน้าขึ้น ดวงตาดำขลับดูลึกล้ำ

จั่วไฉ่หยุนชะงัก “หนูทำอาหารเป็นไม่ใช่หรือ ฉันยังไม่ได้ถามเลย อาหารเช้าวันนี้มันเรื่องอะไรกัน”

จั่วเฉ่าหยุดไปนานกว่าจะเอ่ยปาก “คุณย่าทวดล็อกข้าวสารแป้งในบ้านไว้หมดแล้ว”

ทั้งคู่เงียบงัน

จั่วไฉ่หยุนมองตาจั่วเฉ่า ไม่รู้ทำไม กลับรู้สึกละอายใจ

เธอหลบสายตา “ฉันจะกลับไปคุยกับท่าน ทำแบบนี้ได้ยังไง มันเกินไปแล้ว”

จั่วไฉ่หยุนพาจั่วเฉ่ากลับบ้าน

เว่ยฉางจื้อยังไม่กลับ ไม่รู้ไปเถลไถลที่ไหนมา

แม่เว่ยเห็นจั่วเฉ่า ก็เบิกตาขุ่น “อีหน้าไม่อายยังกล้า戻มาอีก ดูสิฉันจะตีอีลูกหมาให้ตาย”

จั่วไฉ่หยุนพูด “แม่จะทำอะไรคะ แม่ไล่จั่วเฉ่าออกไป มันหิวตายข้างนอกแม่ถึงจะชอบใช่ไหม ยังไงมันก็เป็นหลานสาวฉัน ถ้าพ่อแม่มันตามมาทีหลัง แม่จะไปอธิบายกับเขายังไง”

แม่เว่ยเดือดดาล “ใครไล่มันออกไป ก็อีตัวไม่เอาหน้านี่หนีออกไปเองไม่ใช่หรือ ดีๆ เธอนี่ก็ไม่เบาแล้ว กินข้าวบ้านฉัน แล้วยังจะทุบชามบ้านฉันใช่ไหม โตปีกกล้าขาแข็งแล้วใช่ไหม”

“มาดูกันเร็ว เมียจะบีบให้แม่สามีอย่างฉันตายแล้ว ฉันทำงานบ้านให้เธอทั้งในบ้านนอกบ้าน ไม่เคยได้ยินคำดีสักคำ—”

บ้านสกุลเว่ยสองวันนี้มีเรื่องจอแจมากเป็นพิเศษ

จั่วไฉ่หยุนตัวแข็งทื่อ มองคนข้างนอกที่ชี้ไม้ชี้มืออย่างไร้ทางออก แล้วมองแม่สามีที่กลิ้งเกลือกกับพื้น

“จั่วเฉ่า หนูรีบขอโทษคุณย่าทวดซะ—” จั่วไฉ่หยุนพูดยังไม่ทันจบ

จั่วเฉ่านั่งลงกับพื้น ปาดหน้าไปพลางร้องไห้สะอึกสะอื้นไปพลาง “เป็นความผิดฉันเอง ฉันแซ่จั่ว ไม่ควรกินข้าวบ้านเว่ย ฉันควรจะอยู่บ้านแต่โดยดี ถึงคุณย่าทวดจะล็อกของกินไว้หมด

“ฉันเหนื่อยเกินไป ไม่ควรนอนหลับ ต้องซักเสื้อผ้ากับผ้าอ้อมให้เสร็จ ต้องกวาดบ้านถูบ้านอย่างว่าง่าย ต้องทำกับข้าวให้เสร็จ ต้องล้างโต๊ะเช็ดตู้ ต้องดูแลจ้วงจ้วงให้ดี ฉันไม่ควรนอนตอนกลางคืน”

เสียงจั่วเฉ่าแหลมเล็ก แฝงด้วยน้ำเสียงสะอื้น กลบเสียงแม่เว่ยไปเสียสนิท

คนรอบข้างฟังแล้วยิ่งตกตะลึง

“เด็กคนนี้ทำงานได้ขนาดนี้เลยหรือ จริงหรือเปล่า”

“พูดยากนะ บ้านเว่ยแต่ก่อนเป็นระเบียบเรียบร้อยขนาดไหน ดูวันนี้สิ อีหนูตระกูลจั่วหนีออกไป แค่บ้านรกขนาดนี้”

“นั่นสิ ดูครัวสิ ยังไม่ได้ทำกับข้าวเลยนะ ข้าวนี่ก็อีหนูตระกูลจั่วทำน่ะสิ”

“จ๊าก จ๊าก บ้านเว่ยนี่ ใช้สะใภ้เหมือนทาส หลานสะใภ้ก็ไม่เว้น”

แม่เว่ยอ้าปากค้าง “อีเด็กสารเลวไม่เอาหน้านี่—”

เธอลุกขึ้นพุ่งเข้าหาจั่วเฉ่า “วันนี้มีฉันไม่มีมึง!”

จั่วเฉ่าเบี่ยงตัวหลบเบาๆ แม่เว่ยก็ล้มลงกับพื้นอย่างจัง

จั่วเฉ่ายักคิ้ว ใช้เสียงที่ได้ยินแค่แม่เว่ยพูด “ทำไมถึงไม่รู้จักจำบทเรียนนะเนี่ย คราวนี้ล้มใช่ไหมล่ะ”

แม่เว่ยโกรธจัด “มึง มึง!”

จั่วไฉ่หยุนเข้าไปพยุงแม่เว่ย ถูกปัดมือออก “มึงไสหัวไป อีตัวใหญ่พาอีตัวเล็กมา”

น้ำตาจั่วไฉ่หยุนไหลพราก “แม่—”

เธอคิดจะไปดึงจั่วเฉ่า จั่วเฉ่าถึงไม่ได้โดนตัวแม่เว่ย แต่ก็ยังเอนหลังตามแรงแม่เว่ย ส่งเสียงร้องดังกว่าแม่เว่ยอีก

จั่วไฉ่หยุนปวดหัวเป็นสองเท่า

ละครตลกฉากนี้ยืดเยื้อไปถึงสองทุ่ม

เว่ยฉางจื้อกลับมาแล้ว ยังมีกลิ่นเหล้าติดตัวนิดหน่อย

แม่เว่ยก็ไม่สนใจกัดไม่ปล่อยจั่วเฉ่าแล้ว กลับเข้าไปหาลูกชาย “ไปไหนมา แม่จะต้มน้ำร้อนให้อาบนะ อาบเสร็จแช่เท้าต่อ ใครๆ ก็ว่าโรคหน้าร้อนต้องรักษาตอนหน้าหนาว ตอนนี้อากาศร้อนแล้ว แช่น้ำร้อนช่วยถอนรากโรคได้ อายุยืนถึงร้อยปี”

“พวกแม่กินเสร็จแล้ว เหลือกับข้าวให้ฉันหรือเปล่า ฉันจะหิวตายอยู่แล้วเนี่ย”

จั่วไฉ่หยุนตอบจากในครัว “กำลังผัดอยู่ค่ะ เดี๋ยวก็ได้กินร้อนๆ แล้ว”

เว่ยฉางจื้อแปลกใจ “ทำไมเพิ่งทำกับข้าวดึกขนาดนี้”

แม่เว่ยถลึงตาใส่จั่วเฉ่าอย่างแรง “ก็อีตัวซวยนี่ทั้งวันเอาแต่ขี้เกียจน่ะสิ”

จั่วเฉ่ายิ้ม “คุณย่าทวดก็พูดเอง ฉันไม่ใช่คนบ้านเว่ย กินข้าวบ้านเว่ยไม่ได้ งานบ้านเว่ยก็ไม่ใช่หน้าที่ฉัน”

จั่วไฉ่หยุนยกกับข้าวออกมาจากครัว “เสี่ยวเฉ่าอย่าพูดมั่วสิ เป็นครอบครัวเดียวกัน”

เว่ยฉางจื้อพูด “ใช่ๆ อย่าพูดเหมือนคนอื่น”

แม่เว่ยไม่เคยขัดลูกชาย ได้แต่ทำหน้าบึ้ง

เว่ยฉางจื้อนั่งข้างแม่เว่ย เล่นกับลูกชายตัวเอง

บรรยากาศพอถือว่าสงบสุข

จั่วเฉ่าเก็บเงินหกหยวนห้าเหมาไว้แนบอก ก่อเรื่องมาถึงป่านนี้ก็หิวแล้ว

ถึงกับข้าวจะเป็นฝีมือจั่วไฉ่หยุน แต่กับข้าวแม่เว่ยเป็นคนหยิบออกมา บนโต๊ะนอกจากผักก็มีแต่ผัก ไข่เค็มเพียงฟองเดียว ทั้งฟองอยู่ตรงหน้าเว่ยฉางจื้อ

แววตาแม่เว่ยยังคงชำเลืองมองจั่วเฉ่าอย่างเย็นยะเยือก

จั่วเฉ่ารู้สึกรำคาญ

แม่เว่ยกับกับข้าวนี่ เหมือนกัน ทำให้คนหน้าถอดสี

เธอวางตะเกียบ มองไปทางจั่วไฉ่หยุน “คุณอา ฉันนึกได้ว่ามีของลืมไว้ที่ร้านป้าหริน คุณอากินก่อนนะ ฉันไปเดี๋ยวเดียวกลับมา”

“เฮ้ย หนูนี่ กลางคืนแล้ว… พรุ่งนี้ค่อยไปเอาก็ได้นะ”

จั่วเฉ่าพุ่งพรวดหายไปแล้ว “แป๊บเดียว!”

เธอพกเงินหกหยวนห้าเหมานั้นแนบอก แม้แต่ร้านอาหารรัฐก็ยังกินได้!

จั่วเฉ่าไม่ได้ไปร้านอาหารรัฐจริงๆ มันไกลไปหน่อย ไว้คราวหน้าค่อยไป

เธอเข้าร้านอาหารร้านนึง

บะหมี่ผัดพริกหยวกหมูหนึ่งชาม เส้นหนึบ เครื่องปรุงรสจัดจ้าน

ราคาแค่แปดเหมา

จั่วเฉ่ากินอย่างสบายใจสุดๆ

ระบบจู่ๆ ก็ส่งเสียง “โฮสต์ ขอแค่คุณขอโทษแม่เว่ยดีๆ ก็จะได้รับการให้อภัยจากเธอ ความสัมพันธ์ครอบครัวจะได้ไม่ต้องตึงเครียดขนาดนี้”

“ขอแค่เธอขอโทษฉันดีๆ ฉันก็ให้อภัยเธอได้เช่นกัน” จั่วเฉ่าคีบเมล็ดถั่วเม็ดสุดท้ายขึ้นมากิน แล้วเลียปากอย่างยังไม่อิ่ม

“เธอเป็นผู้ใหญ่ของคุณ!”

“เธอก็ทำตัวไม่สมเป็นผู้ใหญ่”

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com
ดันขึ้นเพื่อไปตอนถัดไป