ข้อสอบคณิตศาสตร์ครั้งนี้ยากเป็นพิเศษจริง ๆ
ครูหลี่สอนอยู่หนึ่งคาบก็ยังเฉลยไม่หมด
หลังเลิกคาบ จั่วเฉ่านั่งอยู่ที่โต๊ะ ยังคงคิดถึงเรื่องข้อสอบ
หลายคนถือกระดาษคำตอบไปหาจั่วหมิงเสวียน
“นายเก่งจัง สองข้อสุดท้ายยากขนาดนั้น นายยังทำถูกได้”
จั่วหมิงเสวียนนั่งไขว่ห้างอย่างภาคภูมิใจสุด ๆ
“แค่นี้เอง เมื่อก่อนฉันแค่ขี้เกียจทำต่างหาก”
“นั่นสิ ๆ ครูยังไม่ได้สอนถึงตรงนี้เลย นายสอนฉันหน่อยสิ”
จั่วหมิงเสวียนรู้สึกผิด จึงแอบเหลือบมองจั่วเฉ่า
จั่วเฉ่าหันมามองพอดี จั่วหมิงเสวียนรีบหลบสายตา
นิสัยอย่างจั่วหมิงเสวียน ถ้าสอบได้คะแนนสูงขนาดนี้ ก็น่าจะถือกระดาษคำตอบมาอวดแล้วเยาะเย้ยเธอตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือ
จั่วเฉ่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนลุกขึ้นเดินไปหาจั่วหมิงเสวียน
ใครจะคิดว่าพอจั่วหมิงเสวียนเห็นเธอเดินมา กลับวิ่งหนีไปโดยไม่หันกลับมามอง “ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ”
จั่วเฉ่าหรี่ตาลงเล็กน้อย เขารู้สึกผิดเรื่องอะไรอยู่กันแน่
ครูหลี่กลับไปที่ห้องพักครู แล้วเอ่ยชมจั่วหมิงเสวียนไม่ขาดปาก
“ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นเด็กฉลาดหัวไว”
ครูหวังฟังชื่อนี้แล้วรู้สึกคุ้น ๆ “เด็กที่เคยรังแกจั่วเฉ่าครั้งก่อนหรือเปล่า”
แม้เธอจะสอนวิชาภาษาจีนชั้นประถมสาม แต่ไม่ได้เป็นครูประจำชั้น จึงจำชื่อนักเรียนทุกคนไม่ได้
“เด็กผู้ชายวัยนี้ ซนบ้างก็เป็นเรื่องปกติ ขอแค่ตั้งใจเรียน คะแนนก็ขึ้นเร็วอยู่แล้ว” ครูหลี่ช่วยพูดให้จั่วหมิงเสวียน
ครูหวังพูดถึงคะแนนของจั่วเฉ่า “ภาษาจีนของเธอดีมาตลอด เรียงความก็ไม่มีจุดไหนให้ฉันหักคะแนนได้ อีกไม่นานก็จะมีการแข่งขันวิชาการแล้วไม่ใช่หรือ ให้จั่วเฉ่าไปคว้ารางวัลกลับมาสักรางวัลสิ เธอถึงขั้นได้ลงนิตยสาร เขียนเรียงความระดับประถมย่อมไม่ใช่เรื่องยากแน่นอน”
