ฉิงซานวางหม้อที่ตนอุ้มไว้ลงทันที แล้วค่อยๆ แกะใบไม้ออกทีละชั้นอย่างพิถีพิถัน เมื่อใบไม้ถูกคลี่ออกทีละชั้น กลิ่นหอมก็ค่อยๆ กระจายตัวออกมา ถึงจะไม่เข้มข้นเท่าตอนน้ำซุปเดือดปุดๆ แต่ก็มากพอจะดึงดูดเหล่าสิ่งมีชีวิตมารในแดนสิ่งมีชีวิตมารได้
สุ่ยเย่สูดจมูกฟุดฟิด ในอากาศมีกลิ่นหอมของอาหารที่ต่างจากกลิ่นไขมันแรงๆ ของเนื้อย่างโดยสิ้นเชิง
เมื่อใบไม้ชั้นสุดท้ายถูกเปิดออก ในหม้อหินเนื้อหยาบนั้นมีน้ำซุปสีขาวนวลอยู่เกือบเต็มหม้อ ราวกับนมสดที่ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน มีฟิล์มน้ำมันปลาละเอียดบางเบาลอยอยู่บนผิวหน้า ไม่ได้หนักหรือเลี่ยนจนเกินไป กลับยิ่งขับให้น้ำซุปดูนวลใสนุ่มนวลขึ้น ไอร้อนเบาๆ ลอยกรุ่นขึ้นมา
"นี่อะไรน่ะ ซุปปลาหรือ" ซุปปลาเป็นแบบนี้ได้อย่างไร ราวกับน้ำนม สุ่ยเย่แววตาฉายแววเลือนลาง
อันที่จริงวิธีทำซุปนี้ง่ายเสียจนแทบไม่น่าเชื่อ ขั้นตอนก็เรียบง่ายเข้าใจไม่ยาก หลังจากอันอวี๋ต้มให้ดูอีกรอบ และบอกวิธีทำอย่างละเอียดแก่สุ่ยเย่แล้ว นางก็หยิบผลึกสีขาวของตนออกจากบ้านฉิงซาน
นางมองพระอาทิตย์ ก็ล่วงเลยเที่ยงมาแล้ว ระหว่างทางนางเด็ดเถาวัลย์ติดมือมาพอสมควร ส่วนไส้เดือนก็ยิ่งหาง่ายมีอยู่ทั่วไป ไม่นานก็จับมาได้หลายสิบตัว บดแหลกแล้วทาให้ทั่วผนังด้านในตะกร้าเถาวัลย์ จากนั้นก็ผูกเถาวัลย์กับตะกร้าแล้วคว่ำตะกร้าโยนลงแม่น้ำ
วินาทีที่ตะกร้าฟาดลงน้ำ ฝูงปลาแตกตื่นว่ายหนีกันจ้าละหวั่น กลิ่นคาวเลือดเจือกลิ่นดินโคลนกระจายในน้ำอย่างรวดเร็ว ฝูงปลาก็ว่ายมารุมล้อมทันที อันอวี๋กำเถาวัลย์แน่น ยืนสังเกตการณ์อยู่ริมฝั่งอย่างเงียบๆ
