ฟังคำพูดนี้ หลิวชิงเม้มปากแต่ไม่ได้พูดอะไร เมื่อก่อนอันอวี๋ไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้เลย วันนี้พอเข้าใกล้เขาแล้วรู้สึกหนาวเย็นอยู่บ้าง นางกลับเป็นห่วงเขาเสียอย่างนั้น
ในใจของหลิวชิงรู้สึกเพียงราวกับถูกน้ำร้อนรินใส่ แม้แต่ร่างกายก็ดูจะไม่หนาวเหน็บถึงเพียงนั้นแล้ว
ที่แท้ การที่สิ่งมีชีวิตมารแคร์ก็เป็นความรู้สึกเช่นนี้นี่เอง
หากจะได้รับความห่วงใยจากอันอวี๋เช่นนี้ ดูเหมือนว่าการทนหนาวอยู่อย่างนี้ ก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย…
เห็นพี่น้องทั้งสองก้มศีรษะลงต่ำ ไม่มีใครตอบกลับสักคน อันอวี๋ก็เข้าใจแจ่มแจ้ง คาดว่าที่นางยังไม่กลับบ้าน ทั้งสองก็ไม่กล้าปิดประตู ก็ได้แต่ทนรับลมหนาวรอนางกลับมาเช่นนี้
เฮ้อ นิสัยใจคอจะเปลี่ยนนี่มันหนทางอีกยาวไกลจริงๆ
“คราวหน้าถ้าข้ายังไม่กลับมาก็ปิดประตูเถอะ ในบ้านจะได้อุ่นขึ้นหน่อย” อันอวี๋เดิมทีอยากใช้วิธีอื่นให้พี่น้องทั้งสองทะนุถนอมร่างกายตัวเองสักนิด อยากจะบอกว่าปิดประตูฟืนก็จะได้เผาน้อยลง แต่ก็กลัวว่าท่าทีที่แม้แต่ฟืนยังหวงของนางจะทำให้พี่น้องทั้งสองยิ่งเกร็งขึ้นไปอีก
สิ่งมีชีวิตมารทั้งสองก็ทะนุถนอมข้าวของทุกชิ้นในบ้านมากพออยู่แล้ว
“ข้า ข้าทราบแล้ว รีบมาดื่มน้ำเถิด ข้าต้มน้ำร้อนไว้บ้างแล้ว… ในบ้านจะได้อุ่นขึ้นหน่อย” หลิวชิงท่องในใจเงียบๆ อีกครั้ง รู้สึกเพียงในใจอบอุ่นยิ่งนัก เห็นอันอวี๋เหนื่อยจนหอบแรงๆ เขารีบถือตะกร้าเถาวัลย์ที่บรรจุหนังสัตว์เต็มยกไปอีกด้าน ไปหยิบชามตักน้ำร้อน
“ดีเลย ระหว่างทางกระหายน้ำแทบตาย” อันอวี๋รับน้ำมา ดื่มหมดในรวดเดียว หลิวชิงตักให้ต่อเนื่องถึงสามครั้ง นางถึงรู้สึกว่าคอแห้งลดลงบ้างเล็กน้อย
