ทั้งสองคนไม่มีประสบการณ์อะไร ช่วยกันดึงแหขึ้นมาอย่างแรงและรวดเร็ว หวังเพียงว่าปลาในถุงร่างแหจะไม่หนีไปไหน ปลาพวกนั้นดิ้นกระแด่วๆ ร่วงหล่นลงไปจนอันอวี๋มองแล้วรู้สึกปวดใจสุดๆ ผลก็คือตอนลากแหขึ้นฝั่งเลยพาเอาน้ำกระเซ็นมาด้วย
อันอวี๋ออกแรงเยอะ ถอยหลังดึงแหไม่หยุด น้ำที่สาดมาจึงทำให้ครึ่งหน้าแข้งของนางเปียก แต่หลิวชิงนั้นแรงน้อยกว่าแถมยังยืนอยู่ด้านหน้า พอโดนน้ำสาดเข้า ครึ่งร่างบนก็เปียกไปหมด แถมยังมีน้ำกระเด็นใส่หน้า เขาหลับตาลงโดยอัตโนมัติ ขนตายาวสลวยหยาดน้ำเกาะพราว
เขาสวมเสื้อผ้าบางอยู่แล้ว พอโดนน้ำราดลงไปทั้งตัวแบบนี้ก็ตัวสั่นสะท้านขึ้นมาทันที หลิวชิงข่มใจกัดฟันแน่น มองดูปลาเต็มถุงร่างแห หวังว่าตัวเองจะไม่สั่นจนเกินไปจนทำให้อันอวี๋อารมณ์เสีย
“จ๊ากกก นึกไม่ถึงเลยว่าจะจับได้เยอะขนาดนี้” อันอวี๋ออกแรงครั้งสุดท้ายกระตุกแหขึ้น เธอเคยคิดว่าโลกนี้มีเทคโนโลยีการสานแล้ว กับดักทั้งใหญ่และเล็กก็น่าจะถูกนำมาใช้กันหมดแล้ว ดูท่าทางก็ยังไม่ได้ใช้สินะ
ปลาในแหเนตรตัวอ้วนท้วนโตใหญ่ ตัวเล็กสุดก็ยังหนักสองสามชั่ง อันอวี๋เลือกตัวที่ดูยังเล็กกว่าฝ่ามือ ซึ่งน่าจะจัดเป็นลูกปลา โยนตัวเล็กๆ พวกนั้นกลับลงแม่น้ำ แล้วค่อยจัดการนำปลาตัวใหญ่ใส่ตะกร้าเถาวัลย์ ที่เหลืออีกครึ่งก็ต้องหิ้วกลับไปด้วยถุงร่างแห
เธอคิดว่าจะจับได้มากสุดก็แค่ครึ่งตะกร้าเถาวัลย์ ไม่คิดเลยว่าจะให้ผลดีขนาดนี้ แก้ปัญหาเรื่องอาหารไปได้ครึ่งเดือนในครั้งเดียว
แหเนตรเดียวเปิดตำนานบทใหม่
พอเธอจัดการเก็บปลาด้วยความดีใจเสร็จ ถึงได้สังเกตว่าหลิวชิงตัวเปียกไปกว่าครึ่ง ชุดหนังสัตว์เก่าที่ปะชุนอยู่แล้วก็ชื้นแฉะเกาะติดกันเป็นกระจุก ใบหน้างามๆ นั่นยังมีรอยน้ำเปื้อนอยู่เลย
