อันอวี๋ซุกหน้าลงในปลอกคอขน แม้ในใจจะรู้สึกขัดใจอยู่บ้างกับขนหนู แต่คิดดูแล้วตอนแรกเนื้อหนูยังเคยกินเลย ยิ่งไปกว่านั้นจระเข้กับสุนัขจิ้งจอกก็ไม่ได้สูงส่งไปกว่าหนูตรงไหน จริง ๆ แล้วก็เป็นสัตว์เหมือนกัน
ใช่แล้ว ล้วนเป็นสัตว์ทั้งนั้น
อันอวี๋ปลอบใจตัวเองยกใหญ่ หิมะตกทับถมบนหัวเธอเป็นชั้นอย่างรวดเร็ว ใบหูโดนหิมะกดจนคันยุบยิบ เธอสะบัดหู เงยหน้าขึ้นกะจะดูว่าอีกไกลแค่ไหนถึงบ้านหัวหน้าเผ่าซึ่งเป็นจุดหมาย แต่กลับเห็นเงาดำพร่าเลือนกลุ่มหนึ่งในม่านหิมะโปรยปราย
พอเดินเข้าไปใกล้ถึงได้รู้ว่าเป็นฝูงสิ่งมีชีวิตมารที่มีเขาแกะอยู่บนหัว แต่ละคนสวมหนังสัตว์หนาเตอะก็ยังถูกสายลมเยือกเย็นพัดจนตัวสั่นงันงก ด้านหลังแบกสัมภาระระเกะระกะ มีหิมะพอกพูนเป็นชั้นหนาอยู่บนสุด บางทีเพราะมีของพวกนี้บังอยู่ช่วงบนจึงยังดูดี ส่วนช่วงล่างทั้งเปื้อนโคลนทั้งเปียกชื้น หนังสัตว์ที่หุ้มขาถึงหุ้มโคลนแข็งเป็นดานเพราะความหนาวเหน็บ
เมียสิ่งมีชีวิตมารยังแข็งแรงดีอยู่บ้าง ส่วนสิ่งมีชีวิตมารเพศผู้ทุกตัวล้วนหนาวจนหน้าซีด ริมฝีปากคล้ำ พวกลูกสิ่งมีชีวิตมารถูกกอดไว้ในอ้อมอกแต่ละตัวดูร่อแร่แทบสิ้นลม ถ้าไม่เห็นว่ายังหายใจรวยรินอยู่ คงนึกว่าแข็งตายไปแล้ว
"ขอร้องละ ให้พวกข้าพักอาศัยสักระยะหนึ่งเถิด พวกข้าเอาอาหารมาเองหมดแล้ว เพียงแต่ลูกสิ่งมีชีวิตมารทนความหนาวไม่ไหว ระหว่างทางตายไปหลายตัวแล้ว ไม่อย่างนั้นถ้าเดินต่ออีกหน่อยก็จะไปถึงเมืองร้อยสิ่งมีชีวิตมาร..."
อันอวี๋ได้ยินเสียงของเมียสิ่งมีชีวิตมารหัวหน้าฝูง ทั้งโศกเศร้าทั้งสั่นเครือเล็กน้อย
เธอเงยหน้ามองฟ้า เกล็ดหิมะเย็นเฉียบแทบปลิวเข้าในตา อันอวี๋รีบก้มลง หาใช่ทุกเผ่าจะสามารถสร้างบ้านหินได้ไม่ สิ่งมีชีวิตมารบางส่วนยังอาศัยอยู่ในโพรงไม้กับกระท่อมหญ้า หิมะหนาหนักถึงเพียงนี้กระท่อมหญ้าคงรับแรงกดดันมิดีเท่าไรนัก ฝูงสิ่งมีชีวิตมารพวกนี้คงถูกบ้านถล่มทับจนพังราบแล้วมาขอความช่วยเหลือ ไม่รู้ว่าตู้จะจัดการอย่างไร
