เดินมาถึงประตูกำแพงเมือง สิ่งมีชีวิตมารเพศเมียสองตนมีหูสัตว์ตั้งเอียงกะเท่เร่ยืนอยู่หน้าประตู เอาแต่แคะเล็บตัวเองอย่างไร้จุดหมาย หูสีเหลืองอ่อนนุ่ม ๆ บนหัวกระดิกไปมา
อันอวี๋ขยับสายสะพาย ถ้าไม่ใช่เพราะลักษณะสัตว์บนตัวพวกนางเด่นชัดเกินไป ฉากนี้ให้ความรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปยุคโบราณจริง ๆ รู้สึกเหมือนเคยเห็นฉากแบบนี้ในละครย้อนยุคสักเรื่อง ยามรักษาการณ์อะไรทำนองนั้น คอยตรวจของที่คนเข้าออกนำมาด้วย
คิดถึงจุดนี้ อันอวี๋อดไม่ได้ที่จะคิดว่าตัวเองจะถูกตรวจค้นตัวไหม มิน่าล่ะระหว่างทางถึงไม่เจอสิ่งมีชีวิตมารลาดตระเวนเลย ที่แท้ทางเข้าก็มีคนตรวจอยู่แล้วนี่เอง
สิ่งมีชีวิตมารทั้งสองเห็นคนเดินเข้ามาก็ยืดตัวตรง แต่พอเห็นว่าเป็นอันอวี๋ก็กลับไปยืนพิงกำแพงแคะเล็บอย่างไร้จุดหมายเหมือนเดิม
ตอนเดินผ่าน อันอวี๋สำรวจทั้งคู่ ชั่วขณะนั้นนางแยกไม่ออกจริง ๆ ว่าสองคนนี้คือเผ่าพันธุ์อะไร แต่น่าจะเป็นเผ่าสิงโตเสียมากกว่า ถ้าคิดตามโลกของสัตว์ สัตว์มักจะฆ่าล้างโคตรลูกของราชาตนก่อน ผู้ครองเมืองร้อยสิ่งมีชีวิตมารคนปัจจุบันไม่เพียงไม่กำจัดเจ้าของร่างเดิมให้สิ้นซาก ยังปล่อยให้เข้า ๆ ออก ๆ เมืองร้อยสิ่งมีชีวิตมารอย่างอิสระอีก ไม่กลัวเลี้ยงเสือดาวไว้จะเป็นภัยหรือ
สิ่งมีชีวิตมารเพศเมียสองตนแค่เงยหน้ามองนางแวบหนึ่งตอนนางเดินผ่าน
เข้าเมืองมาแล้ว อันอวี๋มองซ้ายมองขวา พบบ้านเรือนแถวนี้สร้างได้ประณีตกว่ามาก หลายหลังไม่ใช่แบบบ้านชั้นเดียวหลังคาเรียบอีกต่อไป แต่สร้างเป็นสองชั้นสามชั้น เห็นได้ว่าด้านการก่อสร้างสิ่งมีชีวิตมารมีพื้นฐานแล้ว อาจก้าวไปสู่รูปแบบการก่อสร้างที่สมบูรณ์ขึ้นในไม่ช้า
