เจียงเจี่ยวไม่ค่อยเข้าใจความหมายของสวี่จื้อเซี่ยเท่าไรนัก: "เจ้า... หมายความว่าอย่างไร?"
สวี่จื้อเซี่ยมองนาง สายตาอ่อนโยนยิ่ง: "เจียวเจียว ที่จริงเจ้างามนัก เพียงแต่เจ้าไม่เคยรู้ตัวเองเท่านั้นเอง"
เจียงเจี่ยวรู้สึกว่าสวี่จื้อเซี่ยคงจะตาฝาดไปสักหน่อย นางมองอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง ก่อนจะแคลงใจว่าอีกฝ่ายกำลังแกล้งปั่นหัวนางอยู่
สวี่จื้อเซี่ยเอ่ยต่อไป: "เจียวเจียว ต่อให้เจ้าทำผิดคำมั่นสัญญาไว้แต่ก่อน ก็ไม่เป็นไร"
เจียงเจี่ยว: "สวี่จื้อเซี่ย ข้าเงื่อคำมั่นสัญญาของข้าแล้ว?"นางลุกขึ้นนั่ง น้ำเสียงจริงจัง: "ข้าพูดปากคำไหน กระทำอย่างนั้นเสมอ"
สวี่จื้อเซี่ยโค้งเปลือกตาลงอย่างมีเลศนัย ดูคล้ายได้ใช้กลอุบายบางอย่างสำเร็จ
เยียงเจี่ยวรู้สึกเหมือนถูกตักเข้าดักโดยไม่มีรู้ตัว
ดีนัก ในที่สุดแม่นางก็จับไต๋อีกฝ้างได้เล็ก
นึกไม่ถึงว่าสวี่จื้อเซี่ยก็ใช้กลยุทธ์ยั่วให้โกรธเป็น
......
เยียงเจี่ยวนั่งอยู่บนเก้าอี้ สวี่จื้อเซี่ยก้มตัวลง ช่วยนางถอดแว่นตาบนใบหน้าออก
นคนแรกย่อมือออก จับมืออีกฝึงไว้: "..... ข้ามีสายตาสั้น เกือบล แสนดรี อง ถอดออกแล้วรู้สึกไม่ชิน"
ที่จริงเจียงเจี่ยวชินแล้วที่ใช้สิ่งเหล่านี้มาปิดปังตนเอง ระหว่างเดินทางบนถนน ความเคยชินจะทำให้ก้มศีรษะลงเล็กน้อย
เหมือนกับที่บนร่างกายของนางเป็นเพราะชินกับเสื้อผ้าหลวมกว้างตัวใหญ่จนแปลงโฉมเรือนร่างที่พัฒนาแล้วอย่างเต็มที่ เพื่อกันสายตาที่ไม่หวังดีพวกนั้นเท่านั้นเอง
สวี่จื้อเซี่ยสบสายนาง ยิ้มมุมปากเบา ๆ: "ข้ารู้ ดังนี้ข้าจึงได้เตรียมไว้ แว่นตาและเลนส์ในเนื้อตาให้เจ้า"
