ทันทีที่ภาพหยุดชะงัก ข้อความแสดงความคิดเห็นบนหน้าจอก็เริ่มระเบิดความยินดี
“โห เด็กคนนี้มีแววมาก! อยากชวนเขามาอยู่เมืองเล็กของเราจังเลย จะได้เลี้ยงดูให้ดี!”
“คนที่คลุกคลีกับอินซิวได้ไม่มีทางธรรมดาแน่ อินซิวเป็นสายไร้เทียมทาน ส่วนเขาเป็นสายเติบโต อนาคตไกลแน่นอน!”
“หาทางหลอกล่อเขามาให้ได้”
ตอนนี้ครึ่งหนึ่งของข้อความแสดงความคิดเห็นบนหน้าจอกำลังชื่นชมจงมู่อย่างบ้าคลั่ง ส่วนอีกครึ่งกำลังย้ำเตือนกันอย่างบ้าคลั่ง
“ฟังฉันนะ!! ระวังเด็กหญิงไว้! ห้ามปล่อยให้เธอตายเด็ดขาด!”
“ใช่ ๆ ห้ามเด็ดขาด ห้ามปล่อยให้ตายเด็ดขาด”
“ให้ตายสิ ต้องปกป้องเด็กหญิงไว้ให้ได้! ห้ามปล่อยให้เธอตาย ถ้าเธอตาย อินซิวต้องคลั่งแน่!”
“พวกผู้เล่นปัญญาอ่อนกลุ่มนี้ทำเอาฉันเหงื่อตกไปหมด อินซิวฝึกจิตบำเพ็ญตนอยู่ตั้ง 6 ปี กว่าจะอ่อนโยนขึ้น พวกเวรนี่เกือบไปเหยียบจุดเดือดของเขาเข้าแล้ว ถ้าคนคนนี้คลั่งขึ้นมา เขาก็เหมือนผีเลยนะ อย่าถามว่าทำไมฉันถึงรู้!”
“ถึงคนที่ตายจะไม่ใช่ฉัน แต่ก็ทำให้นึกถึงเรื่องฝังใจขึ้นมา มองแล้วกลัวอยู่เหมือนกัน…”
“ฉันก็เหมือนกัน…”
เหล่าอสูรกายที่กำลังพิมพ์ด่ากันไฟแลบเพราะตกใจ พูดพล่ามไม่หยุดจนผู้เล่นคนอื่นที่กำลังรับชมงุนงงไปหมด
อะไรนะ? เมื่อกี้พวกเขาเกือบได้เห็นอินซิวผู้ยิ่งใหญ่คลั่งงั้นเหรอ?
สถานการณ์ตอนนี้อันตรายถึงขนาดนั้นเลยหรือ?
จงมู่ถือขวานเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้เล่น ดูเหมือนเขาจะประคองสถานการณ์ไว้ได้ แต่ความจริงยังคงเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
ผู้เล่นคนหนึ่งเริ่มขยับเข้ามาอย่างกระตือรือร้นอีกครั้ง ต่อให้จงมู่ดุดันแค่ไหนก็มีแค่คนเดียว ส่วนพวกเขามีกันหลายคน ขอแค่คนใดคนหนึ่งเข้าไปจัดการชายคนนี้ได้ ที่เหลือก็ไม่ใช่ปัญหาแล้ว
“ฉันว่านายคงไม่กลัวตายจริง ๆ สินะ” คนที่ยืนอยู่หน้าสุดคือจางซือ เขาทนขี้หน้าผู้เล่นหน้าใหม่คนนี้มานานแล้ว ตั้งแต่วันแรกก็ไม่ยอมทำตามคำสั่งสักอย่าง ตอนนี้ยังกล้ามาขัดขวางการลงมือของเขาอีก ความโกรธจึงปะทุขึ้นทันที
