ฟองสบู่ของเย่เทียนเสวียนลอยเป็นสายยาวไปตลอดทาง อินซิวก็เดินตามไปตลอดทาง
ทั้งคู่เดินผ่านตรอกแคบมืดสลัว ผ่านลานกลางเมืองที่ครึกครื้นจอแจ ย่ำไปตามทางเล็ก ๆ ริมทะเลสาบ ก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงจุดที่อินซิวตกปลาเป็นประจำ
“นี่ นายทำป้ายที่ฉันเขียนเอียงได้ยังไงกัน” เย่เทียนเสวียนรีบร้อนหมุนฝาขวดปิด แล้วจัดป้ายห้ามเข้าใกล้ทะเลสาบให้ตั้งตรง “ถ้ามันล้มลง แล้วมีมือใหม่มองไม่เห็น เผลอเข้าใกล้ทะเลสาบเข้า จะเกิดเรื่องเอาได้”
“อ้อ” อินซิวขยับหลบไปด้านข้าง มองเย่เทียนเสวียนตั้งอกตั้งใจดันป้ายไม้ลงไปในดินอีกครั้งเพื่อไม่ให้มันล้ม จากนั้นก็เหลือบมองป้ายไม้อีกแผ่นที่อยู่ข้างกัน ซึ่งเขียนคำว่า ‘ห้ามอินซิวตกปลา’ ด้วยลายมือโย้เย้ แล้วแย้มยิ้ม
“อสูรกายในเมืองเกลียดนายจริง ๆ นะ”
อินซิวตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน “เกลียดนายด้วยเหมือนกัน”
“เกลียดฉันก็ไม่เป็นไร ยังไงเดี๋ยวฉันก็ไปแล้ว แต่ถ้าเกลียดนาย คงไม่มีทางแก้แล้วล่ะ” เย่เทียนเสวียนย่อตัวลงข้างทะเลสาบอีกครั้ง หมุนขวดน้ำสบู่เป่าฟองแล้วเป่าฟองลงไปในทะเลสาบ
อินซิวยืนข้างกายเขา มองผิวน้ำที่ระยิบระยับ แววตาเลื่อนลอย “ถ้าหาเสี่ยวเสี่ยวเจอ ฉันก็จะไปเหมือนกัน แต่ฉันไปมาทุกดันเจี้ยนแล้ว ข้างในไม่มีเสี่ยวเสี่ยวเลย ฉันก็เลยได้แต่เดิมพันว่าเธออยู่ในเมืองเล็กสักแห่งของภพภูมิไหนสักภพ หรือไม่ก็ดันเจี้ยนไหนสักแห่ง...”
“เพราะอย่างนี้ ทุกคืนถึงได้ถูกเจ้าแม่ราตรีกวนจนต้องนั่งดูดันเจี้ยนอยู่หน้าทีวีสินะ” เย่เทียนเสวียนเม้มปากอย่างจนใจ
