สายลมพัดผ่านริมทะเลสาบอันเงียบสงัด อินซิวยืนนิ่งมองเย่เทียนเสวียนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดอะไรไม่ออก
เย่เทียนเสวียนนอนเอกเขนกอยู่บนผืนหญ้าอย่างสงบสุข ดื่มด่ำกับแสงอาทิตย์ยามเย็นและสายลมโชยอ่อน สีหน้าเรียบเฉยราวกับความเศร้าหมองที่พรั่งพรูออกจากปากเมื่อครู่ไม่เกี่ยวข้องกับเขาเลย
“ดันเจี้ยนหน้า ฉันจะไปกับนาย” อินซิวเอ่ยอย่างจริงจังอีกครั้ง
“ไม่เป็นไร” เย่เทียนเสวียนยิ้มตาหยีพลางโบกมือ “นายตามไปก็มีแต่จะเพิ่มระดับความยากของดันเจี้ยนให้ฉันเท่านั้น รอฉันออกไปเคลียร์ดันเจี้ยนสุดท้ายเสร็จ แล้วออกจากเมืองเล็กนี่ไป นายอย่าไปรังแกคนในเมืองเล็กของเราก็พอ”
ในเวลาหนึ่งเดือน เขาคิดอย่างไรก็น่าจะผ่านดันเจี้ยนที่เหลืออีกสองแห่งได้
อินซิวมองเขาด้วยแววตาซับซ้อน
เย่เทียนเสวียนหาวหวอดอย่างเกียจคร้าน ก่อนจะลุกขึ้นจากพื้น “เอาละ คุยกันพอแล้ว ฟ้าใกล้มืด เรากลับกันเถอะ”
อินซิวได้แต่พยักหน้า แล้วเดินกลับไปพร้อมกับเขา
ระหว่างทางผ่านลานกลางเมือง เย่เทียนเสวียนแวะไปกำชับเรื่องต่าง ๆ กับคนเหล่านั้น ส่วนอินซิวกลับไปก่อนตามลำพัง
หลังฟ้ามืดสนิท อินซิวก็เข้านอนแต่หัวค่ำ รอให้เจ้าแม่ราตรีมากินอาหารจนเสร็จแล้วจากไป
เมืองเล็กยังคงเป็นเช่นเคย คนที่ต้องรวบรวมข้อมูลดันเจี้ยนก็ออกไปจัดการ ส่วนคนที่ควรนอนก็เข้านอนแต่เนิ่น ๆ เมืองเล็กที่มีสภาพแวดล้อมสงบเป็นระเบียบแห่งนี้จะวุ่นวายขึ้นเล็กน้อยก็เฉพาะช่วงที่มีคนใหม่เข้ามา นอกเหนือจากนั้นแทบจะปลอดภัยอยู่เสมอ
คืนนี้เจ้าแม่ราตรีมาเร็วมาก นางเดินกินมาตลอดทางในตรอก จนมาถึงหน้าประตูบ้านของอินซิว
