“โตขนาดนี้แล้ว ยังต้องมีคนมารับอีกหรือ” ผู้อำนวยการพูดพลางเดินออกจากลานบ้าน ยิ้มตาหยีแล้วพยายามยื่นมือมาดึงอินซิว
ทันทีที่เขาเข้ามาใกล้ ดาบของอินซิวก็วาบขึ้น ฟันผ่านลำคออีกฝ่ายอย่างเด็ดขาดฉับไว
“ถึงจะลืมไปแล้วว่าทำไมถึงเกลียดนาย แต่พอเห็นหน้านาย ดาบฉันก็หยุดไม่อยู่ทุกที” อินซิวแตะปลายดาบลงบนอกชายคนนั้น ร่างของอีกฝ่ายก็ล้มลงไป
ผู้หญิงในลานบ้านส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัวแล้วพุ่งออกมา แต่อินซิวเช็ดดาบ ก่อนหมุนตัวเดินจากไปไกลแล้ว
ตั้งแต่ยังไม่เคยเข้าไปในสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า จนถึงหลังเข้าไปแล้ว ดูเหมือนทุกอย่างจะดำเนินไปตามเส้นเวลาในชีวิตของเขา ถ้าอย่างนั้นต่อจากนี้ก็คือ…
อินซิวเดินไปเรื่อย ๆ จนได้ยินเสียงคลื่นทะเล
เขาเร่งฝีเท้าไปข้างหน้า ฝ่าหมอกมัวออกไป แล้วก็เห็นทะเลผืนเล็ก ๆ อยู่ตรงนั้นจริง ๆ แสงยามสนธยาสาดลงบนชายฝั่งที่คลื่นโหมซัด ริมฝั่งซึ่งเต็มไปด้วยโขดหินซ้อนทับกันมีที่กำบังน้ำแห่งหนึ่ง และมีหนังสือกองซ้อนเป็นชั้น ๆ อยู่
หนังสือที่กองระเกะระกะเหล่านั้นช่างไม่เข้ากับทิวทัศน์ริมทะเลเอาเสียเลย จนอินซิวคิดไปชั่วขณะว่าตัวเองตาฝาด
แต่เมื่อหรี่ตามองให้ดี เขากลับพบว่าด้านหลังหนังสือที่กองทับกันเป็นชั้น ๆ คล้ายมีร่างเล็ก ๆ ขยับอยู่
เขาเดินข้ามชายหาดพลางจับตามองไปทางกองหนังสือ พยายามมองให้ออกว่านั่นคืออะไรก่อนจะออกจากบริเวณนี้
บางทีเสียงฝีเท้าอาจทำให้เจ้าตัวเล็กนั่นสนใจ ศีรษะจ้อย ๆ โผล่พ้นกองหนังสือออกมาในทันใด ดวงตาดำขลับสบเข้ากับสายตาของอินซิว
