อินซิวลุกขึ้นจากพื้น ก่อนจะจ้องกุญแจมือสองคู่บนข้อมืออย่างเงียบงัน คู่หนึ่งสีดำ อีกคู่สีขาวเงิน ล็อกข้อมือทั้งสองข้างของเขาไว้แน่น แม้โซ่ตรงกลางจะยาวพอให้ขยับตัวได้เล็กน้อย แต่ก็ยังทำอะไรไม่ถนัดอยู่ดี
รู้อย่างนี้แต่แรกว่าคงทำให้ผู้คุมใหญ่ตกใจจนใส่กุญแจมือเพิ่มให้เขาอีกคู่ ตอนนั้นเขาน่าจะปิดประตูแล้วกลับไปนั่งรอในทางเดินเสียเลย
ทีนี้ล่ะ ต่อให้ปลดกุญแจมือสีดำออกได้ ก็ยังไม่รู้ว่าจะถอดกุญแจมือสีขาวเงินที่เพิ่มมาคู่นี้อย่างไร
อินซิวถอนหายใจเบา ๆ แล้วลดมือลง ก่อนจะเริ่มสำรวจสภาพแวดล้อม
ไม่รู้ว่าผู้คุมใหญ่รีบร้อนโยนเขามาไว้ชั้นไหน รอบด้านมีแต่ผนังสีเทาหม่น อบอวลด้วยบรรยากาศเก่าโทรม บานประตูและหน้าต่างตลอดทางเดินล้วนแตกหักเสียหาย ดูราวกับถูกอะไรบางอย่างแทะจนเว้าแหว่งเป็นรอยโค้ง
อินซิวเดินไปตามทางเดิน พลางเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างด้านหนึ่ง
ไม่รู้ว่าโครงสร้างภายนอกอาคารเป็นอย่างไร ท่ามกลางความมืดเวิ้งว้าง เขามองเห็นทางเดินของชั้นอื่น ๆ แต่ละชั้นแบ่งเป็นช่วง ๆ ลอยอยู่กลางอากาศและเชื่อมต่อกันเป็นส่วน ๆ โดยมีประตูกั้นไว้
ไกลออกไปยังพอมองเห็นผู้เล่นบางคนกำลังสำรวจทางเดินอยู่ เพียงแต่ไกลเกินกว่าจะเห็นอะไรได้ชัด
อินซิวคอยสังเกตผู้เล่นบนทางเดินอื่นไปด้วย จนเดินไปสุดทางแล้วผลักประตูตรงปลายทางเดินของตนออก
ตอนนี้เขาน่าจะอยู่แถวกลางทางเดิน มีแต่ห้องที่ทรุดโทรมเรียงราย ไม่มีแม้แต่หมายเลขชั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการหามีดของเขาตามตำแหน่งที่เขียนไว้บนกระดาษ เขาต้องรีบเดินไปให้สุดทางเพื่อยืนยันว่าตัวเองอยู่ชั้นไหน แล้วค่อยดูว่ามีบันไดหรืออะไรทำนองนั้นหรือไม่
ทันทีที่เปิดประตูตรงหน้า ภาพทางเดินช่วงถัดไปก็ปรากฏขึ้น และยังมีผู้เล่นคนหนึ่งยืนอยู่กลางทางเดินด้วย
