เมื่อสัมผัสได้ถึงความโกรธของอินซิว เด็กหนุ่มรีบปล่อยมือทันที “อย่าเพิ่งโกรธสิ แค่จะทำข้อตกลงกับนายเท่านั้นเอง”
“นายก็เห็นแล้วนี่ ตอนนี้ด้ายวาสนาของนายอยู่ในมือฉัน ถ้านายยอมทำเหมือนเรื่องก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้น เราก็ร่วมมือกันได้ด้วยซ้ำ นายเข้ามาที่นี่ได้ ก็แปลว่านายไม่ใช่นักล่า แต่เป็นผู้เล่นสินะ? ที่ปลอมตัวเป็นนักล่าก็ต้องมีจุดประสงค์อะไรบางอย่าง”
“งั้นเรามาร่วมมือกันเถอะ แทรกซึมเข้าไปในหมู่นักล่าด้วยกัน ดีไหม?”
เด็กหนุ่มยิ้มตาหยี พลางกำด้ายแดงของยาหยาไว้แน่น “ฉันจะช่วยต่อด้ายวาสนาเส้นนี้ให้ด้วย เป็นไง?”
ภายนอกดูเหมือนเขากำลังเจรจากับอินซิว แต่แท้จริงแล้วแทบจะเป็นการวิงวอนอย่างจำใจ โดยยกเงื่อนไขข่มขู่ขึ้นมาเพื่อบีบบังคับให้ร่วมมือกัน
อินซิวยืนอยู่ตรงนั้น จ้องเขาอย่างเย็นชา ไอเย็นรอบกายไม่มีทีท่าจะลดลง “พูดจบหรือยัง?”
“อืม...” เด็กหนุ่มพยักหน้า เขารู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุเมื่ออยู่ต่อหน้าอินซิว สัมผัสได้ว่าคนตรงหน้าโกรธจริง ๆ บรรยากาศรอบตัวต่างจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง จากความเย็นเยียบจาง ๆ กลายเป็นไอเย็นคุกคามที่แผ่ซ่านไปทั่วใจ เขาเริ่มรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาเล็กน้อย
“ในเมื่อนายพูดจบแล้ว งั้นฉันขอพูดสักคำ” อินซิวชักดาบออกมาต่อหน้าเขาอย่างช้า ๆ แล้วจ้องเด็กหนุ่มอย่างเย็นชา “เทพสังหารไม่ร่วมมือกับใคร โดยเฉพาะคนที่ทำให้ฉันโกรธ”
เด็กหนุ่มชะงัก สีหน้าพลันบิดเบี้ยวอย่างเห็นได้ชัด “นาย...นายคืออินซิวเองงั้นเหรอ?”
