อินซิวเดินเข้าไปใกล้อีกสองสามก้าว ป้าคนตักข้าวที่อยู่หลังช่องหน้าต่างก็รีบหยิบจานสำรองด้านในมาตักอาหารให้เขา ริมฝีปากทาสีแดงสดขยับเจื้อยแจ้วไม่หยุด “มา ๆ ป้าตักให้เยอะหน่อย กินให้อิ่มนะจ๊ะ”
แววตาที่นางมองอินซิวเต็มไปด้วยความเอ็นดู เล็บยาวสีแดงชาดคีบเครื่องดื่มขวดเล็กมาวางไว้ริมสุดของจาน ก่อนยิ้มตาหยีแล้วส่งออกมาทางช่องหน้าต่างอย่างกระตือรือร้นเป็นพิเศษ “กินข้าว ๆ ถ้าไม่พอก็มาหาป้าให้เติมได้นะ”
อินซิวมองเนื้อชิ้นหนาที่พูนอยู่ในจาน ดูคล้ายไก่ทอด ของหรูที่เมื่อก่อนเขาแย่งกินในสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้ายังไงก็แย่งไม่ทัน!
หลังจากนั้น แม้แต่ในดันเจี้ยนเขาก็ยังกินแต่ของเรียบง่ายจืดชืด เป็นอาหารเสริมสารอาหารตามปกติ ขอแค่มีชีวิตอยู่ก็พอ เขาไม่ได้เห็นของที่ชอบแบบนี้มาหลายปีแล้ว
เห็นอินซิวยืนนิ่งจ้องจานอาหารอย่างเหม่อลอย ป้าคนตักข้าวก็ขมวดคิ้วมองอย่างสงสัย จากนั้นค้นตามตัวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบถุงเล็ก ๆ ออกมาส่งให้ทางช่องหน้าต่าง “มา เจ้าตัวน้อย อย่าเศร้าไปเลย ป้าป้อนลูกอมให้นะ”
อินซิวถูกยัดลูกอมให้อีกถุง
“นี่ลูกอมหรือครับ?” อินซิวหยิบขนมถุงเล็กที่ปิดปากถุงไว้ขึ้นมา ดูเหมือนจะเป็นเยลลี
“ใช่จ้ะ ป้าเองก็ชอบกินเหมือนกัน” ป้าคนตักข้าวผู้เลอโฉมยิ้มอย่างเบิกบานพร้อมพยักหน้า แม้ริมฝีปากจะแดงชาด เล็บจะแหลมคมชวนให้รู้สึกอันตราย แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมากลับอ่อนโยนมาก
เมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ ในโรงเรียนที่หน้าซีดไร้สีสัน ป้าคนตักข้าวคนนี้ยังแต่งหน้าอ่อน ๆ อย่างประณีต ใบหน้าแดงระเรื่อ แม้จะดูน่าสะพรึงราวกับตุ๊กตากระดาษอยู่บ้าง แต่รอยยิ้มตาหยีก็ทำให้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นหลายส่วน
